ขอบเขตของเนื้อหา วิชาภาษาไทย ในการทดสอบ O-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงาน สร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก



(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

มีเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ . ศ . 2544 ดังนี้

1. การอ่าน :

- การตีความ แปลความ เข้าใจความหมาย ขยายความ และสรุปความ

- การใช้ข้อมูลจากการอ่านให้เป็นประโยชน์ ( เพื่อหาข้อมูลความรู้ , เพื่อกิจธุระ )

- การวิเคราะห์คุณค่าเรื่องที่อ่าน

2. การเขียน :

- การเขียนอธิบาย บรรยาย พรรณนา

- การเขียนสรุปความ

- การลำดับความคิด

- การเขียนเชิงวิชาการ

- การเขียนเชิงกิจธุระ

- การแสดงทรรศนะ

- การใช้เหตุผล

- การโต้แย้ง

3. การพูด :

- การพูดในโอกาสต่างๆ ที่เหมาะสมตามกาละ เทศะ และบุคคล

4. หลักการใช้ภาษา :

- ธรรมชาติของภาษา

- ลักษณะของภาษาไทย

เสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์

การสร้างคำ ความหมาย หน้าที่ของคำ ชนิดของคำ

การเรียงประโยค ชนิดของประโยค

การใช้สำนวนไทย

ระดับภาษา

- ความเปลี่ยนแปลงของภาษา

คำยืม สำนวนต่างประเทศ

ภาษาถิ่นที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรม

ภาษาเฉพาะกลุ่ม เช่น ภาษาสื่อมวลชน ภาษาการเมือง ภาษาธุรกิจ

5. วรรณคดีและวรรณกรรม :

- องค์ประกอบของงานประพันธ์

- ฉันทลักษณ์

- พัฒนาการของวรรณคดีไทย

- ประเภทของวรรณคดี

- คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ( กลวิธีการประพันธ์ ภาษา โวหารภาพพจน์ )

- คุณค่าด้านเนื้อหาและแนวคิด

- คุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม

ตารางแสดงสัดส่วนของเนื้อหาข้อสอบ O-NET วิชาภาษาไทย

เนื้อหา สัดส่วนตามคะแนน การอ่าน 25%

การเขียนและการพูด 25%

หลักการใช้ภาษา 25%

วรรณคดี / วรรณกรรม 25%

รวม 100%

---------------------

ขอบเขตของเนื้อหาวิชาสังคมศึกษาในการทดสอบ O-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงาน สร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก


(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

1. ประวัติและความสำคัญของศาสนาต่างๆ

2. หลักธรรมของศาสนาต่างๆ

3. พุทธศาสนสุภาษิต

4. พระไตรปิฎก

5. ศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่ควรทราบ

6. ชาดก

7. หน้าที่ชาวพุทธ

8. วันสำคัญทางศาสนาและศาสนพิธี

9. ศาสนากับการแก้ปัญหาและการพัฒนา

10. หลักธรรมในการดำเนินชีวิต และจริยธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติสุข


สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
1. การเป็นพลเมืองดี

2. สิทธิมนุษยชน

3. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

4. สังคม สังคมไทย วัฒนธรรมและภูมิปัญญา

5. ความรู้เกี่ยวกับรัฐ

6. ระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยและเผด็จการ

7. การเมืองการปกครองไทย และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์

1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์

- ความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์

- ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐศาสตร์กับภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ

- ความหมายและความสำคัญของหน่วยเศรษฐกิจ ครัวเรือน, ธุรกิจ, รัฐบาล

- แนวคิดพื้นฐานของหน่วยธุรกิจและหน่วยรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดการ

2. การวางแผนในการใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างเหมาะสม

- ปัญหาและประโยชน์

3. กระบวนการและผลการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการผลิตสินค้าและการบริการ

4. ระบบสหกรณ์

5. เศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน

6. การใช้เทคโนโลยีและการแข่งขัน

7. ระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ

8. กลไกราคา

10. หน้าที่ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลและแหล่งรายได้ของรัฐบาล

- การเสียภาษีอากร

11. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์

1. ยุคสมัยและวิธีการทางประวัติศาสตร์

- พัฒนาการประวัติศาสตร์ไทย

- พัฒนาการประวัติศาสตร์สากล

- ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ไทย + สากล

2. พัฒนาการของมนุษยชาติ

- ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ + สภาพแวดล้อม

- พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ศิลปกรรม

- ผลกระทบของการสร้างสรรค์ต่อการเปลี่ยนแปลง

3. ความร่วมมือ ความขัดแย้ง และการสร้างสันติภาพของมนุษยชาติ และผลกระทบต่อประเทศไทยและโลก

4. ความเป็นมาของชาติ โดยวิธีการทางประวัติศาสตร์

5. บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์

6. วัฒนธรรมภูมิปัญญาไทย

สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

1. ภูมิศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก

2. การเลือกใช้และวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ชนิดต่างๆเครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางภูมิศาสตร์กับ การจัดการ

- แผนที่ชนิดต่างๆ

- ภาพถ่ายทางอากาศ

- ภาพถ่ายจากดาวเทียม/ยานอวกาศ

- ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์

3. มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและการสร้างสรรค์วัฒนธรรม

4. การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

5. วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการแก้ไข

- บทบาทขององค์กรต่างๆ

6. กฎหมายสิ่งแวดล้อม

7. สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาไทยกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม

8. จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

9. การติดตามเลือกรับข่าวสารด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจากแหล่งความรู้ต่างๆเพื่อการเฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์ ในระดับประเทศและโลก

ข้อสอบ A-NET เนื้อหาเหมือน O-NET แต่มีระดับพฤติกรรมสูงขึ้น มีความยากมากกว่าระดับ ONET

ข้อสอบแต่ละฉบับประกอบด้วยข้อสอบ 80 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน มีสัดส่วนต่อเนื้อหา ดังนี้

1. สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม 20 %

2. สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม 20 %

3. สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ 20 %

4. สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ 20 %

5. สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ 20 %

หมายเหตุ : ข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก ไม่มีข้อสอบอัตนัย

สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

มาตรฐาน 1.1 (หลักธรรม)

1. อริยสัจ 4 ข้อใด ที่เรา “ ต้องกำหนดรู้ ”

1. ทุกข์

2. สมุทัย

3. นิโรธ

4. มรรค

สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม

มาตรฐาน 2.2 (ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐ)

2. ข้อใดกล่าวถึงความเป็นรัฐ

1. ไทยนี้รับสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

2. ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี

3. สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี

4. ไผทของไทยทุกส่วน

สาระการเรียนรู้ที่ 3 เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน .3.2 (การค้าระหว่างประเทศ)

3. ถ้าประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ มีการกีดกันทางการค้า จะมีผลอย่างไร

1. สินค้าที่นำมาขายจะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ

2. ทุกประเทศจะไม่มีปัญหาในเรื่องขาดดุลการค้า

3. ทำให้มีการผลิตสินค้าที่เพียงพอแก่ทุกประเทศ

4. ทุกประเทศจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน

สาระการเรียนรู้ที่ 4 ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน .4.3 (แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงแต่ละสมัยที่มีผลต่อพัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ไทย)

4. ข้อใด ไม่ใช่ ผลกระทบที่เกิดจากสนธิสัญญาบาวริง

1. ยกเลิกการเก็บภาษีฝิ่น

2. เกิดระบบเศรษฐกิจแบบเงินตรา

3. ขยายพื้นที่ในการปลูกข้าว

4. เก็บภาษีโดยใช้ระบบเดินสวน เดินนา

สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

มาตรฐาน 5.2 (วิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย)

5. การเพิ่มพื้นที่ป่าด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด หากต้องการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น

1. ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูขึ้นเอง

2. ออกกฎหมายให้ท้องถิ่นปลูกป่า

3. ระดมประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปลูกทุกปี

4. คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเป็นกล้าไม้ปลูกป่า

--------------------

ขอบเขตของเนื้อหา วิชาภาษาอังกฤษ ในการทดสอบ O-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงานสร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก



(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

1. การอ่าน

ทักษะเดี่ยว สามารถอ่าน เข้าใจตีความเรื่องที่อ่านจากสื่อประเภทต่างๆภายใต้หัวข้อเรื่องทั่วไปที่อยู่ในความสนใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน ในเรื่องใจความสำคัญ รายละเอียด สรรพนามที่อ้างถึง ทัศนคติและลีลาของผู้เขียน ลักษณะโครงสร้างของความเรียง การตีความระดับง่ายไปถึงยาก รวมทั้ง การสรุป วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินอีกด้วย (เป็นการทดสอบโดยตรง)

2. การเขียน

แบบปรนัย ระบุสิ่งที่ผิดในประโยค (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

3. การพูด

ทักษะเดี่ยว ประกอบด้วยสองส่วน ทดสอบความเข้าใจและความสามารถในการพูด ปฎิสัมพันธ์ และสื่อสารข้อมูลความคิดเห็นในเรื่องต่างๆในสถานการณ์ที่เรียบง่ายจนถึงยุ่งยากและซับซ้อน อย่างถูกต้อง สละสลวย เหมาะสมกับกาละเทศะ ตามสถานการณ์ต่างๆตามสภาพจริง มีความเป็นธรรมชาติอยู่ในปริบทสถานศึกษา ชุมชนและสังคม ซึ่งประกอบด้วย คำศัพท์ โครงสร้าง การใช้ภาษาในสถานการณ์และกลวิธีในการสื่อสาร (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

4. การใช้ภาษาและคำศัพท์

เข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์และการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เข้าใจความหมายศัพท์ ทั้งความหมายตรงและความหมายตามปริบท (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

5. ความแตกต่างของ ONET และ ANET

ความยาวและความซับซ้อนของภาษา รวมถึงพฤติกรรมที่กำหนดสำหรับผู้เรียน เป็นสิ่งที่แบ่งแยก ONET และ ANET ออกจากกัน ONET เป็นการวัดผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สัดส่วนของเนื้อหา (คิดเป็นร้อยละ) ONET
เนื้อหา
สัดส่วนตามคะแนน การใช้ภาษาและคำศัพท์ 20%

การอ่าน 40%

การเขียน 15%

การพูด 25%

รวม 100%

7. สัดส่วนประเภทคำถาม ปรนัย 100 %

-------------------

ขอบเขตของเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ ในการทดสอบ O-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)



1. เซต

1.1 สับเซตและเพาเวอร์เซต

1.2 ยูเนียน อินเตอร์เซกชันและคอมพลีเมนต์ของเซต

2. การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัย

3. จำนวนจริง

3.1 สมบัติการบวกและการคูณของจำนวนจริง

3.2 การแก้สมการกำลังสองหนึ่งตัวแปร

3.3 ค่าสัมบูรณ์

3.4 การแก้อสมการ

3.5 รากที่ n ของจำนวนจริง

3.6 เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ

4. ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน

4.1 ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน

4.2 ฟังก์ชันเชิงเส้น

4.3 ฟังก์ชันกำลังสอง

4.4 การแก้สมการและอสมการโดยใช้กราฟ

4.5 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล

4.6 ฟังก์ชันค่าสัมบูรณ์

5. อัตราส่วนตรีโกณมิติ

6. ลำดับ และอนุกรม

6.1 ลำดับเลขคณิต และ ลำดับเรขาคณิต

6.2 อนุกรมเลขคณิต และ อนุกรมเรขาคณิต

7. ความน่าจะเป็น

7.1 กฏเกณฑ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการนับ

7.2 ความน่าจะเป็น

8. สถิติ

8.1 สถิติและข้อมูล

8.2 การแจกแจงความถี่ของข้อมูล

8.3 การวัดตำแหน่งที่ของข้อมูล

8.4 การวัดค่ากลางของข้อมูล

8.5 การวัดการกระจายของข้อมูล

8.6 การสำรวจความคิดเห็น

เอกสารอ้างอิง

1. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

คู่มือจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2. หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จัดทำโดย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( สสวท ) คณิตศาสตร์ เล่ม 1-2 ( ม .4) และ เล่ม 1-2 ( ม .5)

Table of Test Specifications O–NET คณิตศาสตร์

เนื้อหา พฤติกรรม
ความรู้ ความเข้าใจ ความคิดวิเคราะห์ / สังเคราะห์ % โดยประมาณ
1. เซต

2. การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัย

3. จำนวนจริง 25
4. ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน

5. อัตราส่วนตรีโกณมิติ 25
6. ลำดับและอนุกรม

7. ความน่าจะเป็น 25
8. สถิติ 25
รวม 100

------------------

ขอบเขตของเนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ ในการทดสอบ O-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)



1.สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

1.1 องค์ประกอบของเซลล์

1.2 การลำเลียงผ่านเซลล์แบบต่างๆ

1.3 กลไกการรักษาดุลยภาพ – น้ำในพืช น้ำและสารต่างๆในร่างกาย กรด - เบสในร่างกาย ฯลฯ

1.4 ลักษณะทางพันธุกรรมและกระบวนการถ่ายทอดสารพันธุกรรม

1.5 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม

1.6 เทคโนโลยีชีวภาพ

2. ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

2.1 ระบบนิเวศ

2.2 กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของสิ่งมีชีวิต

2.3 ความหลากหลายทางชีวภาพ

2.4 คนกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3. สารและสมบัติของสาร

3.1 สารชีวโมเลกุล / ไขมันและน้ำมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรด

3.2 ปิโตรเลียม / การกำเนิดและแหล่ง การกลั่นและผลิตภัณฑ์แก๊สธรรมชาติ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน

3.3 พอลิเมอร์ / พอลิเมอร์ธรรมชาติและพอลิเมอร์สังเคราะห์ พลาสติก ยางสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์

3.4 ปฏิกิริยาเคมี พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

3.5 โครงสร้างของอะตอมและตารางธาตุ

3.6 ธาตุและสารประกอบ / พันธะเคมี สมบัติของธาตุตามหมู่ธาตุ

4. แรงและการเคลื่อนที่

4.1 การเคลื่อนที่เป็นแนวตรง / ความสัมพันธ์ระหว่างแรงกับการเคลื่อนที่ : การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง

4.2 การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แบบวงกลมและแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย

4.3 แรงและสนามของแรง / สนามแม่เหล็ก สนามไฟฟ้า สนามโน้มถ่วง

4.4 การเคลื่อนที่ของวัตถุหรืออนุภาคในสนามต่างๆ

5. พลังงาน
5.1 คลื่น / คลื่นกล องค์ประกอบและสมบัติของคลื่น

5.2 เสียงและการได้ยิน

5.3 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

5.4 กัมมันตภาพรังสี แรงนิวเคลียร์และพลังงานนิวเคลียร

์6. กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
6.1 โครงสร้างของโลก

6.2 ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา / การเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟ แหล่งภูเขาไฟ

6.3 แผ่นธรณีภาคและการเคลื่อนที่

6.4 หลักฐานและข้อมูลทางธรณีภาค / รอยต่อ รอยแยกแผ่นธรณีภาค อายุหิน ซากดึกดำบรรพ์

6.5 อายุทางธรณีวิทยา การลำดับชั้นหิน

7. ดาราศาสตร์และอวกาศ

7.1 กำเนิดเอกภพ

7.2 กาแลกซี / กาแลกซีทางช้างเผือก การแลกซีเพื่อนบ้าน

7.3 ดาวฤกษ์ / วิวัฒนาการ ความสว่าง สีและอุณหภูมิ ระยะห่าง

7.4 กำเนิดระบบสุริยะ

7.5 เทคโนโลยีอวกาศ / ดาวเทียมและยานอวกาศ ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ

8. ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระบวนการต่างๆทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การสำรวจตรวจสอบ การสังเกต การเก็บข้อมูล การตั้งสมมุติฐาน การทดลอง การวิเคราะห์ การสรุปผล ซึ่งควรมีสอดแทรกตามเนื้อหาต่างๆในสาระ 1-7

เอกสารอ้างอิง
- กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

คู่มือจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
- สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดสาระการเรียนรู้ กลุ่มวิทยาศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มกราคม 2546

- หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 จัดทำโดย สถาบันส่ง เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( สสวท ) ต่อไปนี้

ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ( ม .6)

สารและสมบัติของสาร ( ม .4)

การเคลื่อนที่และพลังงาน ( ม .4)

โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ( ม .5)

-----------------

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET ภาษาไทย (01)

ตอนที่ 1 ปรนัย 4 ตัวเลือก มี 60 – 70 ข้อ ให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ( X ) ในกระดาษคำตอบ ตอนที่ 1

ตอนที่ 2 เรียงลำดับ จับคู่และเติมคำ มี 10 - 20 ข้อ ให้กากบาท ( X ) ที่หมายเลขคำตอบ ในกระดาษคำตอบ ตอนที่ 2

ตอนที่ 3 อัตนัยเขียนคำตอบสั้นๆ มี 2 – 5 ข้อ ให้เขียนคำตอบ ในกระดาษคำตอบ ตอนที่ 3

ตัวอย่างข้อสอบตอนที่ 2

1. แม่ค้าใจดีให้ข้าวขอทานกิน

2. ขอทานช่วยไล่ขโมยออกจากบ้านแม่ค้า

3. แม่ค้ากำลังต้องการคนช่วยทำงานบ้าน

4. ขอทานคนหนึ่งอดอาหารมาหลายวัน

5. ขอทานช่วยแม่ค้าทำงานบ้านทันที

6. ขอทานบอกว่าไม่มีที่อยู่จะขออยู่ด้วย

7. คืนวันหนึ่งขโมยขึ้นบ้านแม่ค้า

8. ขอทานขออาหารจากแม่ค้าคนหนึ่ง

9. แม่ค้าพาขอทานไปอยู่ที่บ้าน

(คำสั่ง) เมื่อเรียงลำดับข้อความข้างต้นตามลำดับเหตุการณ์แล้ว จงตอบคำถามข้อ 1 – 3 ว่าข้อความตอนใดเป็นลำดับที่เท่าใด แล้วกากบาทที่หมายเลขคำตอบในกระดาษคำตอบตอนที่ 2
(ตามตัวอย่าง)

1. ข้อความตอนใดเป็นลำดับที่ 2

2. ข้อความตอนใดเป็นลำดับที่ 4

3. ข้อความตอนใดเป็นลำดับที่ 7

ข้อ 4 -12 ให้จับคู่บทประพันธ์ที่สอดคล้องกับกลวิธีการประพันธ์ที่กำหนดให้

แล้วกากบาทที่หมายเลขคำตอบในกระดาษคำตอบตอนที่ 2 (ตามตัวอย่าง)

บทประพันธ์ กลวิธีการประพันธ์
4. แปดหมื่นสี่พันโยชน์ลึกกว้าง
1. ใช้บุคคลวัด
.....อยู่หว่างมหาสิงขร
2. ใช้ตัวเลขอ้างให้เห็นจริง
5. ทองกรจำหลักลอยพลอยเพชร 3. แสดงอารมณ์สะเทือนใจ
.....ธำมรงค์เรืองเก็จกาบสะบัด 4. พรรณนารายละเอียด
6. โจนลงกลางชานร้านดอกไม้ 5. บรรยายเรื่องราว
.....ของขุนช้างปลูกไว้อย่างดาษดื่น 6. ใช้บทเจรจา
7. นวลพระพักตร์ผ่องเผือด 7. ใช้ ภาพพจน์เกินจริง
......เลือดสลดหมดคล้ำ 8. เล่นคำพ้องเสียง
8. น้องแค้นแสนศัลย์พันทวี
9. ใช้คำเลียนแสียง
......พี่ไม่เชื่อน้องนี้ก็จนใจ
9. น้ำเซาะหินรินรินหลากไหล
....ไม่หลับเลยชั่วฟ้าดินหาย
10. สองสามสี่ร้อยค่อย เข็นลาก ลางพ่อ

......พันหนึ่งจึ่งไหวไคล เคลื่อนบ้าง
11. บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว

......สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
12. ตระเวนไพรร่อนร้องตระเวนไพร
......เหมือนเวรใดให้นิราศเสน่หา

ข้อ 13 – 16 อ่านคำอธิบายคำศัพท์ในพจนานุกรมที่ยกมานี้ ตอบคำถามโดยจับคู่คำหรือข้อความด้านซ้ายกับข้อความด้านขวาให้ถูกต้อง แล้วกากบาทที่หมายเลขคำตอบในกระดาษคำตอบตอนที่2

คำศัพท์ในพจนานุกรม


กัมลาศ [ กำมะลาด ] (แบบ) น. กมลาสน์ คือ พระพรหม เช่น เพียงกัมลาศลงมาดิน.

(ม.คำหลวงกุมาร). (ป., ส. กมลาสน)

13. กมลาสน์คือพระพรหม

14. แบบ

15. น.

16. เพียงกัมลาศลงมาดิน
1. ลักษณะของคำที่ใช้เฉพาะแห่ง

2. ชนิดของคำตามหลักไวยากรณ์

3. ที่มาของคำ

4. ความหมาย

5. คำอ่าน

6. ลูกคำ

7. ตัวอย่างการใช้คำ

8. ประวัติของคำ

แบบเติมคำ

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 17 - 20

อ้าไทภูธเรศ 17 แหล่งตะเลง โลกฤๅ
เผยพระยศยินเยง ย่านแกล้ว
สิบทิศ 18 ลือละเวง หวั่นเดช ท่านนา
ไป่เริ่มรอฤทธิ์ 19 20 กล้าแกลนหนี

คำที่กำหนดให้ต่อไปนี้คำใดเติมในช่องว่างของข้อ 17 - 20 ได้ถูกต้อง ตามฉันทลักษณ์
และมีความหมายเหมาะสม กากบาทที่หมายเลขคำตอบในกระดาษคำตอบตอนที่ 2

1. กลัว

6. ชั่ว
2. แผ้ว

7. เผือด
3. หล้า

8. เลือด
4. ทั่ว

9. ยิ่ง
5. แล้ว


เฉลย ตัวอย่างการตอบในกระดาษคำตอบ

ข้อ 1 ตอบ 8

ข้อ 2 ตอบ 6

ข้อ 3 ตอบ 5

ข้อ 4 ตอบ 7

ข้อ 5 ตอบ 4

ข้อ 6 ตอบ 5

ข้อ 7 ตอบ 3

ข้อ 8 ตอบ 6

ข้อ 9 ตอบ 1

ข้อ 10 ตอบ 2

ข้อ 11 ตอบ 9

ข้อ 12 ตอบ 8

ข้อ 13 ตอบ 4

ข้อ 14 ตอบ 1

ข้อ 15 ตอบ 2

ข้อ 16 ตอบ 7

ข้อ 17 ตอบ 3

ข้อ 18 ตอบ 4

ข้อ 19 ตอบ 2

ข้อ 20 ตอบ 7

ตัวอย่างการตอบในกระดาษคำตอบ

-----------------

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET สังคมศึกษา (02)
ข้อสอบแต่ละฉบับประกอบด้วยข้อสอบ 80 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน มีสัดส่วนต่อเนื้อหา ดังนี้

 

1. สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม 20 %

2. สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม 20 %

3. สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ 20 %

4. สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ 20 %

5. สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ 20 %

หมายเหตุ : ข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก ไม่มีข้อสอบอัตนัย

สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

มาตรฐาน 1.1 (หลักธรรม)

1. อริยสัจ 4 ข้อใด ที่เรา “ ต้องกำหนดรู้ ”

1. ทุกข์

2. สมุทัย

3. นิโรธ

4. มรรค



สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม

มาตรฐาน 2.2 (ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐ)

2. ข้อใดกล่าวถึงความเป็นรัฐ

1. ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

2. ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี

3. สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี

4. ไผทของไทยทุกส่วน



สาระการเรียนรู้ที่ 3 เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน .3.2 (การค้าระหว่างประเทศ)

3. ถ้าประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ มีการกีดกันทางการค้า จะมีผลอย่างไร

1. สินค้าที่นำมาขายจะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ

2. ทุกประเทศจะไม่มีปัญหาในเรื่องขาดดุลการค้า

3. ทำให้มีการผลิตสินค้าที่เพียงพอแก่ทุกประเทศ

4. ทุกประเทศจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน



สาระการเรียนรู้ที่ 4 ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน .4.3 (แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงแต่ละสมัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ไทย)

4. ข้อใด ไม่ใช่ ผลกระทบที่เกิดจากสนธิสัญญาบาวริง

1. ยกเลิกการเก็บภาษีฝิ่น

2. เกิดระบบเศรษฐกิจแบบเงินตรา

3. ขยายพื้นที่ในการปลูกข้าว

4. เก็บภาษีโดยใช้ระบบเดินสวน เดินนา



สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

มาตรฐาน 5.2 (วิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย)

5. การเพิ่มพื้นที่ป่าด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด หากต้องการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละ

ท้องถิ่น

1. ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูขึ้นเอง

2. ออกกฎหมายให้ท้องถิ่นปลูกป่า

3. ระดมประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปลูกทุกปี

4. คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเป็นกล้าไม้ปลูกป่า

-----------------

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET ภาษาอังกฤษ (03)
ONET sample questions and suggested answers (July, 2005)

 

Reading

Read the following text and circle the best answer.

Europe may be breathing a sign of relief as its record-breaking heat wave eases, but there is still plenty to worry about. Temperature changes caused by global warming are likely to transform agriculture on both sides of the Atlantic .

While the heat wave claimed thousands of lives in France , started bush fires in Portugal and toppled temperature records from London to Baghdad , the European Commission (EC) issued a little-noticed bulletin. It showed a prolonged drought was causing drastic changes in agricultural output, especially in southern Europe . And the changes almost perfectly match predictions of the effects of global warming over the next century.

Meanwhile in the US , the latest forecasts are confirming that, whatever the prevarications of the Bush administration, climate change will have a very real impact on the country. The eastern and western seaboards of the US will become much wetter over the next century, while some central states will become so starved of water that they will be unable to support agriculture at all.

The European report by the EC's Joint Research Centre in Brussels reveals that the prolonged heat wave has caused crop yields to drop across southern Europe . For example, high temperatures and water shortages have cut maize and sugar beet yields in Italy by a quarter, and wheat yields have fallen by a third in Portugal .

1.What is the article about?

The effect of heat waves
The climate changes in Europe
The oversupply of water in the U.S.
The study of agricultural patterns in the world

2.How does the writer begin his article?

Negative but hopeful
Optimistic but cautious
Pessimistic but cheerful
Positive but disappointed

3. What does the writer think of the Bush administration

Tough
Honest
Credible
Unreliable
The answers are as follows:

1. .....1

2. .....2

3. .....4

 

Writing

Circle the correct answer.

............(1) ...............................(2)................................................................................ (3)

Only about 50 percent of adults have jobs, and more than 60 percent of Zambia ' s 11.7

......................................(4)

million people live on least than a dollar a day.

The answer is 4.

Speaking

You want the radio to be louder. You ask your friend: _____________?

Could you pick it up, please
How about switching it on
Would you mind turning it up
Can you please put it on
The answer is 3.

-----------------

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET คณิตศาสตร์ (04)
ประเภทอัตนัย ข้อละ 2 คะแนน

 

1. ค่าของ.. ..ที่สอดคล้องกับสมการ.. เท่ากับเท่าใด

2. เซต... ...มีจำนวนสมาชิกเท่าใด

3. ในการโยนเหรียญ 3 เหรียญ พร้อมกัน ความน่าจะเป็นที่จะออกหน้าเดียวกันเท่ากับเท่าใด



ประเภทปรนัย ข้อละ 2 คะแนน

4. ลำดับในข้อใดต่อไปนี้เป็นลำดับเลขคณิต

1. .....

2. ....

3. ....

4. ....

5. เซตของคำตอบของอสมการ... ..คือเซตในข้อใดต่อไปนี้

1. ....

2...... ...และ ..

3...... ....หรือ....

4...... ....และ....

6. ชุดของข้อมูลในข้อใดต่อไปนี้มีค่ามัธยฐานไม่เท่ากันกับฐานนิยม

1. ..3 , 1 , 2 , 3 , 6

2. ... 4 , 3 , 5 , 4 , 4

3. ....1 , 3 , 1 , 4 , 6

4......5 , 6 , 7 , 4 , 5



ประเภทปรนัยข้อละ 3 คะแนน

7. ถ้า....และ....เป ็น เซตที่มีจำนวนสมาชิกเท่ากัน โดยที่ .....และ....แล้ว

เซต....จะมีจำนวนสมาชิกเท่ากับข้อใดต่อไปนี้

1. ..3 ....................2. ..4 ....................3. ..5 ....................4. ..6

8. ค่าของ... .....ไม่เท่ากับข้อใดต่อไปนี้

1 ...... ........................................................2. .....

3. ...... .........................................................4. .....

9. กำหนดให้....เป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีมุม....เป็นมุมฉาก และมุม....เท่ากับ 60 องศา

ถ้าผลบวกของความยาวของด้าน....กับ ....เท่ากับ 6 หน่วย แล้ว ความยาวของด้าน....เท่ากับข้อใด

ต่อไปนี้

1.... ...หน่วย..........2........หน่วย..........3. .......หน่วย.........4...... หน่วย.

10. ในการชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง 4 ใบ ปรากฏว่าได้น้ำหนักเป็น 15.5 , 14.8 , 14.5 และ 15.2

กิโลกรัม ถ้าชั่งน้ำหนักกระเป๋า 4 ใบนี้รวมกับกระเป๋าเดินทางอีกใบหนึ่ง ได้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของน้ำหนัก

กระเป๋าทั้ง 5 ใบ เท่ากับ 16.0 กิโลกรัม แล้ว ค่ามัธยฐานของน้ำหนักของกระเป๋า 5 ใบนี้เท่ากับข้อใด

ต่อไปนี้

1. .....15.0 กิโลกรัม

2. .....15.2 กิโลกรัม

3. .....15.4 กิโลกรัม

4. .....15.6 กิโลกรัม

------------------

ตัวอย่างข้อสอบ O-NET วิทยาศาสตร์ (05)
ชีววิทยา ( สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต และ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม )

1.โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากสิ่งมีชีวิตประเภทใด

1. แบคทีเรีย ..................2. รา ..................3. โปรโตซัว ..................4. ไวรัส

ตอบ

2. กล้ามเนื้อที่พบบริเวณผนังกระเพาะอาหารของมนุษย์ เป็นกล้ามเนื้อชนิดใด

1. กล้ามเนื้อลาย .............2. กล้ามเนื้อหัวใจ .............3. กล้ามเนื้อเรียบ .............4. ...1. และ 3.

ตอบ

3. กล้ามเนื้อลายในร่างกายมนุษย์พบได้ที่ใด

1. กล้ามเนื้อแขน .............2. กล้ามเนื้อขา .............3. กล้ามเนื้ออวัยวะภายใน .............4. 1. และ 2.

ตอบ

เคมี ( สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร )

4. ข้อความที่เกี่ยวกับไขมันและกรดไขมันต่อไปนี้ ข้อใด ผิด

1 ถ้ารับประทานกรดไขมันมากๆ จะเปลี่ยนไปเป็นโคเลสเตอรอล

2 กรดไลโนเลอิกและกรดไลโนเลนิก เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้

3 ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันพืช จะมีการเติมวิตามิน E เพื่อป้องกันการเหม็นหืนของน้ำมัน

4 เมื่อน้ำมันเกิดปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน จะได้เนยเทียม ( มาการีน ) ซึ่งมีสภาพแข็ง

ตอบ

5. อนุภาคในข้อใดที่มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับจำนวนนิวตรอน

1. ... ...................2. ... ...................3. ... ...................4. ...

ตอบ

6 ในการทดสอบบางประการของพลาสติก พบว่า พลาสติกชนิดหนึ่งเมื่อออกแรงดึงจะไม่ยืด ขีดเป็นรอยเล็กน้อย ไม่ติดไฟ ไม่ละลายในน้ำ ในเอทานอล และในเฮกเซน พลาสติกที่ทดสอบนี้ อาจเป็นพลาสติกประเภทใด และน่าจะเป็นพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างแบบใด


ประเภท
โครงสร้างของพอลิเมอร์

1.
เทอร์มอพลาสติก
แบบโซ่ตรง

2.
เทอร์มอพลาสติก
แบบโซ่กิ่ง

3.
พลาสติกเทอร์มอเซต
แบบร่างแห

4.
พลาสติกเทอร์มอเซต
แบบโซ่กิ่ง

ตอบ



ฟิสิกส์ ( สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ และสาระที่ 5 พลังงาน )

7 ถ้ารถยนต์สามารถวิ่งบนถนนตรงด้วยความเร่งคงตัว ขนาด 2.3 เมตรต่อ ( วินาที ) 2 ตอนแรก รถมีความเร็ว 4.6 เมตรต่อวินาที ในทิศเดียวกับความเร่ง อีกกี่วินาทีรถคันนั้นจึงจะมีความเร็ว 23.0 เมตรต่อวินาที

1. ..6 s .......................2. ..8 s .......................3. ..10 s .......................4. ..12 s

( อาจจัดเป็นข้ออัตนัยที่ให้ระบายตัวเลขคำตอบได้ )

ตอบ

8. รังสีข้อใดบ้างที่ ไม่ใช่ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

ก รังสีแอลฟา .....ข . รังสีบีตา .....ค . รังสีแกมมา .....ง . รังสีเอกซ์

คำตอบที่ถูกคือ

1 ข้อ ก . ข . และ ค . .......................................................2. ข้อ ข . และ ค .

3. ข้อ ง . เท่านั้น ..............................................................4. คำตอบเป็นอย่างอื่น

ตอบ



โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ( สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก

และสาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ )

9. ในบรรดาชั้นหินต่อไปนี้ หินชนิดใดมีอายุมากที่สุด

1. หินปูน .......................2. หินดินดาน .......................3. หินทราย .......................4. หินกรวดมน

ตอบ

10. ดาวเคราะห์ดวงใดต่อไปนี้ มีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่าสว่างที่สุดในท้องฟ้า

1. ดาวอังคาร .................2. ดาวพุธ .............................3. ดาวศุกร์ ......................4. ดาวเสาร์

ตอบ

11. คำว่า “ ลมสุริยะ ” หมายถึงข้อใดต่อไปนี้

1. ลมบนโลกที่เกิดจากความร้อนจากดวงอาทิตย์

2 . ลมที่มาจากดวงอาทิตย์

3 . อนุภาคที่มาจากดวงอาทิตย์เข้ามาสู่บรรยากาศของโลก

4 . อนุภาคมีประจุไฟฟ้ามีอุณหภูมิสูง

ตอบ

12. การเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคอาจก่อให้เกิดข้อใดบ้างต่อไปนี้ในทันที

ก . แผ่นดินไหว

ข . คลื่นยักษ์ ” สึนามิ ” (Tsunami)

ค . ภูเขาไฟระเบิด

.......ข้อที่ถูกคือข้อใด

1. ข้อ ก . ข . และ ค . ......................................................2. ข้อ ก . และ ข .

3. ข้อ ค . เท่านั้น ............................................................4. คำตอบเป็นอย่างอื่น

ตอบ

-----------------

ขอบเขตของเนื้อหา วิชาภาษาไทย ในการทดสอบ A-NET


กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงาน สร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก

(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

มีเนื้อหาตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ . ศ . 2544 ดังนี้

1. การอ่าน :

- การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

- การอ่านวินิจสาร การคิดวิเคราะห์ ตีความ และประเมินค่า

- การนำไปใช้ประโยชน์

2. การเขียน :

- การสังเคราะห์ความคิด และลำดับความคิด

- การใช้เหตุผลในการใช้ภาษา

- การใช้ภาษาโต้แย้ง และโน้มน้าวใจ

- การเขียนสรุปความคิด

- การใช้ภาษาอย่างมีศิลปะ

3. หลักการใช้ภาษา :

- การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้เรื่องหลักภาษา

- การนำความรู้เรื่องหลักภาษาไปใช้อย่างถูกต้อง

4. วรรณคดีและวรรณกรรม :

- การวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่า

- ความรู้เรื่องฉันทลักษณ์และกลวิธีการประพันธ์

- การอ่านวินิจสารเพื่อความเข้าใจความหมายแฝงนัย

ตารางแสดงสัดส่วนของเนื้อหาข้อสอบ A-NET วิชาภาษาไทย

เนื้อหา
สัดส่วนตามคะแนน
การอ่าน 20%

การเขียน20%

หลักการใช้ภาษา 30%

วรรณกรรม /วรรณคดี30%

รวม 100%

------------------

ขอบเขตของเนื้อหาวิชา สังคมศึกษาในการทดสอบ A-NET


กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงาน สร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก

(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

1. ประวัติและความสำคัญของศาสนาต่างๆ

2. หลักธรรมของศาสนาต่างๆ

3. พุทธศาสนสุภาษิต

4. พระไตรปิฎก

5. ศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่ควรทราบ

6. ชาดก

7. หน้าที่ชาวพุทธ

8. วันสำคัญทางศาสนาและศาสนพิธี

9. ศาสนากับการแก้ปัญหาและการพัฒนา

10. หลักธรรมในการดำเนินชีวิต และจริยธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติสุข


สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
1. การเป็นพลเมืองดี

2. สิทธิมนุษยชน

3. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

4. สังคม สังคมไทย วัฒนธรรมและภูมิปัญญา

5. ความรู้เกี่ยวกับรัฐ

6. ระบอบการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยและเผด็จการ

7. การเมืองการปกครองไทย และความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์

1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์

- ความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์

- ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐศาสตร์กับภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ

- ความหมายและความสำคัญของหน่วยเศรษฐกิจ ครัวเรือน, ธุรกิจ, รัฐบาล

- แนวคิดพื้นฐานของหน่วยธุรกิจและหน่วยรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดการ

2. การวางแผนในการใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างเหมาะสม

- ปัญหาและประโยชน์

3. กระบวนการและผลการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการผลิตสินค้าและการบริการ

4. ระบบสหกรณ์

5. เศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน

6. การใช้เทคโนโลยีและการแข่งขัน

7. ระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆ

8. กลไกราคา

10. หน้าที่ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลและแหล่งรายได้ของรัฐบาล

- การเสียภาษีอากร

11. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์

1. ยุคสมัยและวิธีการทางประวัติศาสตร์

- พัฒนาการประวัติศาสตร์ไทย

- พัฒนาการประวัติศาสตร์สากล

- ความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ไทย + สากล

2. พัฒนาการของมนุษยชาติ

- ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ + สภาพแวดล้อม

- พัฒนาการด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ศิลปกรรม

- ผลกระทบของการสร้างสรรค์ต่อการเปลี่ยนแปลง

3. ความร่วมมือ ความขัดแย้ง และการสร้างสันติภาพของมนุษยชาติ และผลกระทบต่อประเทศไทยและโลก

4. ความเป็นมาของชาติ โดยวิธีการทางประวัติศาสตร์

5. บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์

6. วัฒนธรรมภูมิปัญญาไทย

สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

1. ภูมิศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก

2. การเลือกใช้และวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ชนิดต่างๆเครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางภูมิศาสตร์กับ การจัดการ

- แผนที่ชนิดต่างๆ

- ภาพถ่ายทางอากาศ

- ภาพถ่ายจากดาวเทียม/ยานอวกาศ

- ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์

3. มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและการสร้างสรรค์วัฒนธรรม

4. การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

5. วิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการแก้ไข

- บทบาทขององค์กรต่างๆ

6. กฎหมายสิ่งแวดล้อม

7. สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาไทยกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม

8. จิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

9. การติดตามเลือกรับข่าวสารด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจากแหล่งความรู้ต่างๆเพื่อการเฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์ ในระดับประเทศและโลก

ข้อสอบ A-NET เนื้อหาเหมือน O-NET แต่มีระดับพฤติกรรมสูงขึ้น มีความยากมากกว่าระดับ ONET

ข้อสอบแต่ละฉบับประกอบด้วยข้อสอบ 80 ข้อ คะแนนเต็ม 100 คะแนน มีสัดส่วนต่อเนื้อหา ดังนี้

1. สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม 20 %

2. สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม 20 %

3. สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ 20 %

4. สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ 20 %

5. สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ 20 %

หมายเหตุ : ข้อสอบทั้งหมดเป็นข้อสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก ไม่มีข้อสอบอัตนัย

สาระการเรียนรู้ที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

มาตรฐาน 1.1 (หลักธรรม)

1. อริยสัจ 4 ข้อใด ที่เรา “ ต้องกำหนดรู้ ”

1. ทุกข์

2. สมุทัย

3. นิโรธ

4. มรรค

สาระการเรียนรู้ที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม

มาตรฐาน 2.2 (ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรัฐ)

2. ข้อใดกล่าวถึงความเป็นรัฐ

1. ไทยนี้รับสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

2. ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี

3. สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี

4. ไผทของไทยทุกส่วน

สาระการเรียนรู้ที่ 3 เศรษฐศาสตร์

มาตรฐาน .3.2 (การค้าระหว่างประเทศ)

3. ถ้าประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ มีการกีดกันทางการค้า จะมีผลอย่างไร

1. สินค้าที่นำมาขายจะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ

2. ทุกประเทศจะไม่มีปัญหาในเรื่องขาดดุลการค้า

3. ทำให้มีการผลิตสินค้าที่เพียงพอแก่ทุกประเทศ

4. ทุกประเทศจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน

สาระการเรียนรู้ที่ 4 ประวัติศาสตร์

มาตรฐาน .4.3 (แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงแต่ละสมัยที่มีผลต่อพัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ไทย)

4. ข้อใด ไม่ใช่ ผลกระทบที่เกิดจากสนธิสัญญาบาวริง

1. ยกเลิกการเก็บภาษีฝิ่น

2. เกิดระบบเศรษฐกิจแบบเงินตรา

3. ขยายพื้นที่ในการปลูกข้าว

4. เก็บภาษีโดยใช้ระบบเดินสวน เดินนา

สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์

มาตรฐาน 5.2 (วิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย)

5. การเพิ่มพื้นที่ป่าด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด หากต้องการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละ

ท้องถิ่น

1. ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูขึ้นเอง

2. ออกกฎหมายให้ท้องถิ่นปลูกป่า

3. ระดมประชาชนในพื้นที่ช่วยกันปลูกทุกปี

4. คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเป็นกล้าไม้ปลูกป่า

-----------------

ขอบเขตของเนื้อหา วิชาภาษาอังกฤษ ในการทดสอบ A-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และสังคมศึกษาฯเป็นวิชาที่อยู่ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีธรรมชาติของวิชาและจุดมุ่งหมายเพื่อความเข้าใจมนุษย์และสังคมมนุษย์

วิชาสาขามนุษยศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนมนุษย์ การติดต่อสื่อสาร และผลงาน สร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น ภาษา วัฒนธรรม วรรณกรรม ศิลปะ เป็นต้น ส่วนวิชาในสาขาสังคมศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นมาของมนุษย์ สภาพแวดล้อม ในสังคม และการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสังคม เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ จริยธรรม ปรัชญา ศาสนา เป็นต้น

วิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ และมีคุณธรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นมนุษย์และเป็นพลเมืองดี สามารถแสวงหา ความรู้ และพัฒนาการคิดด้วยตนเองเพื่อการเรียนรู้ในระดับสูงได้ และรู้หน้าที่และบทบาทของตนต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสังคมโลก

(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)

1. การอ่าน

ทักษะเดี่ยว สามารถอ่าน เข้าใจ ตีความเรื่องที่อ่านจากสื่อประเภทต่างๆภายใต้หัวข้อเรื่องทั่วไปที่อยู่ในความสนใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน ในเรื่องใจความสำคัญ รายละเอียด สรรพนามที่อ้างถึง ทัศนคติและลีลาของผู้เขียน ลักษณะโครงสร้างของความเรียง การตีความระดับง่ายไปถึงยาก รวมทั้ง การสรุป วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินอีกด้วย (เป็นการทดสอบโดยตรง)

2. การเขียน ประกอบด้วยสองส่วน

ส่วนแรก แบบปรนัย ระบุสิ่งที่ผิดในประโยค (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

ส่วนที่สอง แบบอัตนัย ใช้ทักษะผสมระหว่างการอ่านและการเขียน สามารถอ่านข้อความจากหนังสือ เอกสาร และสื่อต่างๆได้ แล้วนำมาคิดสรุปเป็นความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์เนื้อหาสาระของเรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์สร้างสรรค์และแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆและสามารถในการถ่ายทอดความคิดเห็นเหล่านั้นด้วยการเขียนสื่อความสะท้อนถึงสติปัญญา ความรู้ความเข้าใจ ความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหาและสร้างสรรค์จินตนาการอย่างเหมาะสมและมีคุณค่า พร้อมด้วยประสบการณ์และทักษะในการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลำดับขั้นตอนในการนำเสนอที่สามารถสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจน(เป็นการทดสอบโดยตรง)

3. การพูด

ทักษะดี่ยว ประกอบด้วยสองส่วน ทดสอบความเข้าใจและความสามารถในการพูด ปฎิสัมพันธ์ และสื่อสารข้อมูล ความคิดเห็นในเรื่องต่างๆในสถานการณ์ที่เรียบง่ายจนถึงยากและซับซ้อน อย่างถูกต้อง สละสลวย เหมาะสมกับกาลเทศะ ตามสถานการณ์ต่างๆตามสภาพจริง มีความเป็นธรรมชาติอยู่ในปริบทในถานศึกษา ชุมชนและสังคม ซึ่งประกอบด้วย คำศัพท์ โครงสร้าง การใช้ภาษาในสถานการณ์และกลวิธีในการสื่อสาร (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

4. การใช้ภาษาและคำศัพท์

เข้าใจการใช้โครงสร้างไวยากรณ์และการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เข้าใจความหมายศัพท์ ทั้งความหมายตรงและความหมายตามปริบท (เป็นการทดสอบโดยอ้อม)

5.ความแตกต่างของ ANET และ ONET

ความยาวและความซับซ้อนของภาษา รวมถึงพฤติกรรมที่กำหนดสำหรับผู้เรียน เป็นสิ่งที่แบ่งแยก ONET และ ANET ออกจากกัน โดยเฉพาะ ANET เป็นการวัดความรู้ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเน้นทักษะการคิด

สัดส่วนของเนื้อหา (คิดเป็นร้อยละ) ANET
เนื้อหา
สัดส่วนตามคะแนน
การใช้ภาษาและคำศัพท์ 15%

การอ่าน 35%

การเขียน 30%

การพูด 20%

รวม 100%

7. สัดส่วนประเภทคำถาม
ปรนัย 80 %
อัตนัย 20 %


8. ระดับพฤติกรรม (คิดเป็นร้อยละ)

ความจำและความเข้าใจ 30
การนำไปใช้และการวิเคราะห์ 35
การสังเคราะห์และการประเมินค่า 35
9. เกณฑ์การตรวจให้คะแนนการเขียน แบ่งออกเป็น 5 ระดับคือ

ระดับ 5 คะแนน 17-20 เขียนระดับประโยค สมบูรณ์ในเนื้อหา เรียบเรียงถูกต้อง สละสลวย และเหมาะสม กาลเทศะ

ระดับ 4 คะแนน 13-16 เขียนระดับประโยค มีการเชื่อมโยง เป็นเหตุ เป็นผล
ระดับ 3 คะแนน ..9-12 เขียนระดับประโยค มีความต่อเนื่อง เข้าใจได้

ระดับ 2 คะแนน ..5-8 เขียนระดับวลี ต่อเนื่องบ้าง พอเข้าใจบ้าง

ระดับ 1 คะแนน ..1-4 เขียนระดับคำ ไม่ต่อเนื่อง เข้าใจได้ยาก
คะแนน ...0 ไม่เขียน หรือไม่มีข้อความเพียงพอที่จะประเมิน


---------------

ขอบเขตของเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ ในการทดสอบ A-NET
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

(ตามสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544)



1. เซต

1.1 สับเซตและเพาเวอร์เซต

1.2 ยูเนียน อินเตอร์เซกชันและคอมพลีเมนต์ของเซต

2. ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

2.1 การหาค่าความจริงของประพจน์

2.2 รูปแบบของประพจน์ที่สมมูลกัน

2.3 สัจจนิรันดร์

2.4 การอ้างเหตุผล

2.5 ค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณตัวเดียวและตัวบ่งปริมาณสองตัว

2.6 สมมูลและนิเสธของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ

3. ระบบจำนวนจริง

3.1 สมบัติของระบบจำนวนจริง

3.2 การแก้สมการพหุนามตัวแปรเดียว

3.3 การแก้อสมการ

3.4 การแก้สมการและอสมการในรูปค่าสัมบูรณ์

4. ทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น

4.1 การหารลงตัว

4.2 ขั้นตอนวิธีการหาร

4.3 ตัวหารร่วมมาก

4.4 ตัวคูณร่วมน้อย

5. เมทริกซ์และดีเทอร์มิแนนต์

5.1 เมทริกซ์และสมบัติของการบวก การคูณ

5.2 ดีเทอร์มิแนนต์และสมบัติของดีเทอร์มิแนนต์

5.3 การหาตัวผกผันการคูณของเมทริกซ์ โดยใช้เมทริกซ์ผูกพันและการดำเนินการตามแถว

5.4 การแก้ระบบสมการเชิงเส้น โดยใช้ตัวผกผันการคูณของเมทริกซ์ ดีเทอร์มิแนนต์และการดำเนินการตามแถว

ุ6. ฟังก์ชัน

6.1 ความสัมพันธ์ และตัวผกผันของความสัมพันธ์

6.2 ฟังก์ชันและการดำเนินการของฟังก์ชัน

6.3 ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ฟังก์ชันทั่วถึง และ ฟังก์ชันผกผัน

7. เรขาคณิตวิเคราะห์

7.1 ระยะทางระหว่างจุดสองจุด จุดกึ่งกลางระหว่างจุดสองจุด

7.2 ความชันของเส้นตรง สมการเส้นตรง เส้นขนาน และเส้นตั้งฉาก

7.3 วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอร์โบลา

7.4 การเลื่อนกราฟ

8. ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม

8.1 เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ และสมบัติของเลขยกกำลัง

8.2 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล

8.3 ลอการิทึมของจำนวนและสมบัติของลอการิทึม

8.4 ฟังก์ชันลอการิทึม

8.5 สมการเอกซ์โพเนนเชียลและสมการลอการิทึม

8.6 อสมการเอกซ์โพเนนเชียลและอสมการลอการึทึม

8.7 การประยุกต์ของฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม

9. ฟังก์ชันตรีโกณมิติ

9.1 การกำหนดค่าของฟังก์ชันตรีโกณมิติ โดยวงกลมรัศมีหนึ่งหน่วย

9.2 ฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมของรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

9.3 กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

9.4 ฟังก์ชันตรีโกณมิติของผลบวกและผลต่างของมุม

9.5 ผลคูณและผลบวกของฟังก์ชันไซน์หรือฟังก์ชันโคไซน์

9.6 ฟังก์ชันผกผันของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

9.7 เอกลักษณ์และสมการตรีโกณมิติ

9.8 กฎของโคไซน์และไซน์

9.9 การหาระยะทางและความสูง

10. เวกเตอร์ในสามมิติ

10.1 เวกเตอร์และสมบัติการบวก การลบ การคูณด้วยสเกลาร์

10.2 เวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสองมิติและสามมิติ

10.3 โคไซน์แสดงทิศทาง

10.4 ผลคูณเชิงสเกลาร์และผลคูณเชิงเวกเตอร์

10.5 การหาปริมาตรของรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน

11. จำนวนเชิงซ้อน

11.1 จำนวนเชิงซ้อนและสมบัติการบวก ลบ คูณ หาร

11.2 สังยุคของจำนวนเชิงซ้อนและสมบัติของสังยุคของจำนวนเชิงซ้อน

11.3 กราฟและค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อนและสมบัติของค่าสัมบูรณ์

11.4 จำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว และการคูณ การหารจำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว

11.5 ทฤษฎีบทของเดอมัวร์และการหารากที่ n ของจำนวนเชิงซ้อน

11.6 การแก้สมการพหุนามที่มีรากเป็นจำนวนเชิงซ้อน

12. กำหนดการเชิงเส้น

13. ความน่าจะเป็น
13.1 กฎเกณฑ์เบื้องต้นเกี่ยวกับการนับ

13.2 วิธีเรียงสับเปลี่ยน

13.3 วิธีจัดหมู่

13.4 ทฤษฎีบททวินาม

13.5 ความน่าจะเป็นและกฎที่สำคัญบางประการของความน่าจะเป็น

14. ลำดับอนันต์และอนุกรมอนันต์

15. แคลคูลัสเบื้องต้น
15.1 ลิมิตและความต่อเนื่อง

15.2 อนุพันธ์และการหาอนุพันธ์ของฟังก์ชันพีชคณิต ความชันของเส้นโค้ง

15.3 อนุพันธ์ของฟังก์ชันประกอบ

15.4 อนุพันธ์อันดับสูง

15.5 การประยุกต์ของอนุพันธ์

15.6 ปริพันธ์ไม่จำกัดเขต ปริพันธ์จำกัดเขต และการหาพื้นที่ปิดล้อมด้วยเส้นโค้ง

16. การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
16.1 ค่ากลางของข้อมูล

16.2 การวัดตำแหน่งที่หรือตำแหน่งสัมพัทธ์ของข้อมูล

16.3 การวัดการกระจายของข้อมูล โดยวิธีการกระจายสัมบูรณ์ และการกระจายสัมพัทธ์

16.4 ความสัมพันธ์ระหว่างการแจกแจงความถี่ ค่ากลาง และการกระจายข้อมูล

17. การแจกแจงปกติ
17.1 ค่ามาตรฐาน

17.2 การแจกแจงปกติและเส้นโค้งปกติ

18. ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันระหว่างข้อมูล
18.1 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงฟังก์ชันระหว่างข้อมูล

18.2 การประมาณค่าของค่าคงตัวโดยใช้วิธีกำลังสองน้อยสุด

เอกสารอ้างอิง

• กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

คู่มือจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
• หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จัดทำโดย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( สสวท ) คณิตศาสตร์ เล่ม 1-2(ม .4) ...และ ...เล่ม 1-2(ม .5)

• หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จัดทำโดย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( สสวท ) คณิตศาสตร์ เล่ม 1-2(ม .4) ...เล่ม 1-2(ม .5) ...และเล่ม 1-2(ม .6)

 

----------------

สทศ.ปรับตัวอย่างข้อสอบ A-Onet เปิดเว็บรับสมัคร

ศ.ดร.กุสุมา รักษมณี ประธานคณะกรรมการจัดทำเครื่องมือทดสอบกลุ่มสาระภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการจัดทำเครื่องมือทดสอบกลุ่มสาระภาษาไทยฯ และตัวอย่างข้อสอบกลุ่มสาระภาษาไทยใหม่ ตามแนวทางของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำหรับแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ A-NET โดยรูปแบบตัวอย่างข้อสอบที่ปรับใหม่ แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก มี 60-70 ข้อ ตอนที่ 2 เรียงลำดับ จับคู่ และเติมคำ มี 10-20 ข้อ โดยข้อสอบ ตอนที่ 1 และ 2 จะให้กากบาทในกระดาษคำตอบ และตอนที่ 3 เป็นข้อสอบอัตนัยแบบเขียนคำตอบสั้นๆ มี 2-5 ข้อ สำหรับสัดส่วนข้อสอบปรนัย และอัตนัย ของ O-NET และ A-NET ยังเหมือนเดิม คือ ข้อสอบ O-NET มีข้อสอบปรนัย 80-90% ข้อสอบอัตนัย 10-20% ข้อสอบ A-NET มีข้อสอบปรนัย 60-80% ข้อสอบอัตนัย 20-40% ทั้งนี้ ตัวอย่างข้อสอบ O-NET และ A-NET ดูได้ในเว็บไซต์ของ สทศ. ที่ www.ntthailand.com ด้าน รศ.ประทีป จันทร์คง ผู้อำนวยการ สทศ. กล่าวว่า เหตุที่มีการปรับตัวอย่างข้อสอบกลุ่มสาระภาษาไทย ก็เพื่อให้นักเรียนได้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนของข้อสอบมากขึ้น ส่วนการสมัครสอบ A-NET ทางเว็บไซต์ www.ntthailand.com ในวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา เกิดปัญหาด้านข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน ทำให้เด็กไม่สามารถสมัครได้ แต่ขณะนี้ทาง สทศ.ได้ปรับฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว นักเรียน ม.6 ที่ต้องการสมัคร A-NET ด้วยตนเอง สามารถเข้าสมัครในระบบได้ เชื่อว่าระบบจะรองรับผู้สมัครจำนวนมากๆได้.


-------------------