ปฏิทินการรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรี
โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท (ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สระบุรี และ
ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สุราษฎร์ธานี) ประจำปีการศึกษา 2549


รับสมัครผ่านระบบInternet วันที่ 1 - 15 ธ.ค. 2548 - Website http://www.regofc.tu.ac.th - Website http://reg.tu.ac.th


ชำระเงินค่าสมัคร

ผ่านระบบ Teller Payment วันที่ 1 - 16 ธ.ค. 2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ทุกสาขาทั่วประเทศ


ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ

ข้อเขียนและแผนผังที่นั่งสอบ วันที่ 23 ธ.ค. 2548 - งานบริการการศึกษา ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี- Website http://www.med.tu.ac.th- Website http://www.regofc.tu.ac.th


สอบข้อเขียน

(วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์และวิชาภาษาอังกฤษ) วันที่ 7 - 8 ม.ค. 2549 - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี- โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร


ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ทดสอบสุขภาพจิต

ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์ วันที่ 20 ม.ค 2549 - งานบริการการศึกษา ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี- Website http://www.med.tu.ac.th- Website http://www.regofc.tu.ac.th


ทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายและ ทดสอบความเหมาะสมในการเป็นแพทย์ วันที่ 25 ม.ค. 2549- ทดสอบสุขภาพจิต เริ่มพร้อมกัน เวลา 08.30 น. - ตรวจร่างกายทั่วไป เริ่มเวลา 13.00 น วันที่ 26 ม.ค. 2549- ตรวจร่างกายเฉพาะ เริ่มเวลา 08.30 น. วันที่ 27 ม.ค. 2549- ทดสอบความเหมาะสมในการ เป็นแพทย์ เวลา 08.30-16.00น - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี
วันที่ 26 ม.ค. 2549- ตรวจร่างกายทั่วไป เริ่มเวลา 08.30 น- ทดสอบสุขภาพจิต เริ่มพร้อมกัน เวลา 13.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 2549-

ตรวจร่างกายเฉพาะ เริ่มเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ม.ค. 2549- ทดสอบความเหมาะสมในการเป็นแพทย์ เวลา 08.30-16.00น - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี

สอบสัมภาษณ์ วันที่ 2 ก.พ. 2549 - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี
วันที่ 6 ก.พ. 2549 - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา วันที่ 23 ก.พ. 2549 - งานบริการการศึกษา ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มธ.- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี- ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี- Website http://www.med.tu.ac.th- Website http://www.regofc.tu.ac.th

แจ้งความจำนงเข้าศึกษา ทำสัญญา และชำระค่าจดทะเบียนศึกษาฯ ภาค1/2549 วันที่ 6 - 7 มี.ค. 2549 - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี
วันที่ 8 - 9 มี.ค. 2549 - ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี

ปฐมนิเทศ (คณะแพทยศาสตร์) แจ้งให้ทราบในภายหลัง คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต
ขึ้นทะเบียนนักศึกษาใหม่ แจ้งให้ทราบในภายหลัง สำนักทะเบียนและประมวลผล

เปิดภาคการศึกษา ปีการศึกษา 2549 วันที่ 5 มิถุนายน 2549 คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต
*หมายเหตุ 1. ผู้ไม่เข้ารับการทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯและสอบสัมภาษณ์ตามวัน เวลาและสถานที่ที่กำหนดไว้ ถือว่าสละสิทธิ์


2. ประกาศรายละเอียดที่นักศึกษาใหม่ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องปฏิบัติ จะแจ้งให้ทราบภายหลังใน
Website http://www.med.tu.ac.th และ Website http://www.regofc.tu.ac.th
โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท(ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี และ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี)

ตามที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดให้มีโครงการผลิตแพทย์เพื่อ ชาวชนบท ระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 เป็นต้นมานั้น บัดนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กำหนดเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2549 ดังต่อไปนี้


1. หลักสูตรที่เปิดรับสมัคร ได้แก่ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต
2. จำนวนที่รับเข้าศึกษา 60 คน (ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี จำนวน 30 คน และศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน)

3. คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษา
3.1 คุณสมบัติทั่วไป


ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้าเป็นนักศึกษาตามหลักสูตรนี้ จะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อบังคับ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาชั้นปริญญาตรี พ.ศ.2540 และข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาชั้นปริญญาตรีของคณะแพทยศาสตร์ฯ พ.ศ. 2541


3.2 คุณสมบัติเฉพาะ


3.2.1 มีสัญชาติไทย อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ (นับถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 : ผู้สมัครต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2524 เป็นต้นไป)
3.2.2 มีหรือเคยมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่ระบุไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน
3.2.3 ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
3.2.4 ระยะเวลาการศึกษา
3.2.4.1 เคยศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นตลอดหลักสูตรในเขต ส่งเสริมการศึกษาในจังหวัดที่ระบุ หรือ
3.2.4.2 กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตลอดหลักสูตรในเขตส่งเสริม การศึกษาในจังหวัดที่ระบุ
3.2.5 รับเฉพาะสายสามัญเท่านั้น (ไม่รับผู้สอบเทียบชั้น)
3.2.6 มีใบระเบียนแสดงผลการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (รบ.1 หรือ ปพ.1) ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 5 และภาคการศึกษาที่ 1 ของปีที่ 6 โดยได้รับคะแนนเฉลี่ย 5 ภาคการศึกษา ในแต่ละหมวดหรือแต่ละสาระการเรียนรู้ไม่ต่ำกว่าตามที่กำหนดไว้ดังนี้

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 คะแนนเฉลี่ย 5 ภาคการศึกษา
ภาษาไทยภาษาต่างประเทศสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ 2.752.752.752.752.75
3.2.7 มีประวัติความประพฤติและบุคลิกดี มีประวัติการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา
ตลอดหลักสูตรอยู่ในเกณฑ์ดี ตามความเห็นของคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกนักศึกษาในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท
3.2.8 เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่จะเป็นข้าราชการพลเรือนตามพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 หากปรากฏในภายหลังว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น จะถูกตัดสิทธิ์ มิให้เข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ แม้ว่าจะสามารถสอบคัดเลือกได้


3.3 มีคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาสาขาวิชาแพทยศาสตร์ (เพิ่มเติม) ดังนี้


เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์ ผู้สมัครเข้าศึกษาสาขาแพทยศาสตร์ จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
3.3.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและปฏิบัติงาน
3.3.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิกภาพแปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
3.3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม อาทิ วัณโรค โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง โรคภูมิคุ้มกัน บกพร่องที่แสดงอาการ
3.3.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น
- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)
- โรคหัวใจระดับรุนแรงจนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- โรคความดันเลือดสูงรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร
- ภาวะไตวายเรื้อรัง
- โรคติดสารเสพติดให้โทษ
- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
3.3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
3.3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- สายตาไม่ปกติเมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
- สาขาข้างดีต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ
3.3.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาท (sensorineural hearing loss) แม้แต่ข้างเดียว
3.3.8 โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะแพทยศาสตร์/ผู้อำนวยการวิทยาลัย อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้
3.3.9 ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล หรือแม้ปรากฏเป็นความเท็จขึ้น ภายหลังจะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา
3.3.10 คุณสมบัติอื่น ๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ


3.4 คุณสมบัติทางการศึกษา


ต้องศึกษารายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544: มาตรฐานการเรียนรู้ชั้น ม.4 - ม.6 ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด มีรายละเอียดดังนี้
3.4.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมทางวิทยาศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 22หน่วยกิต
3.4.2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาทางคณิตศาสตร์รวมกันไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต
3.4.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ต้องเรียนรายวิชา พื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมภาษาอังกฤษรวมกันไม่น้อยกว่า 9 หน่วยกิต


4. เงื่อนไขของนักเรียนผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท


4.1 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ต้องยื่นแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบฟอร์มที่มหาวิทยาลัยกำหนด ถ้าพ้นกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะส่งรายชื่อผู้แสดงความจำนงเข้าศึกษาไปคัดชื่อออกจากการสมัครเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ ของสถาบันอุดมศึกษาในระบบ Direct Admission ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
4.2 ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ให้ถือว่าเป็นผู้ได้รับทุนของรัฐบาล โดยจะต้องทำสัญญาที่จะปฏิบัติงานในชนบทภายหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข
4.3ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษามีสิทธิ์สมัครรับทุนการศึกษาในโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนจากรัฐบาลและทำสัญญาชดใช้ทุนตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของทุ
4.4 ผู้สำเร็จการศึกษาของหลักสูตร ต้องสอบเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา


5. เขตรับผิดชอบของคณะแพทยศาสตร

ผู้สมัครเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท จะต้องมีหรือเคยมีภูมิลำเนาในจังหวัดที่ระบุ ไม่น้อยกว่า 5 ปีติดต่อกันตามหลักฐานทะเบียนบ้าน ดังต่อไปนี้
5.1 ภาคกลาง (ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี)
- สระบุรี
- ลพบุรี
- สิงห์บุรี
- ชัยนาท
- อ่างทอง
- พระนครศรีอยุธยา
- ปทุมธานี
- นครนายก
- ปราจีนบุรี
- สระแก้ว
5.2 ภาคใต้ (ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี)
- สุราษฎร์ธานี
- ชุมพร
- นครศรีธรรมราช
- ระนอง


6. กำหนดการรับสมัคร


ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 3 จะต้องดำเนินการดังนี้
6.1 ให้ผู้สมัคร บันทึกข้อมูลการสมัครผ่านระบบ INTERNET ระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2548 ที่
Website http://www.regofc.tu.ac.th หรือ Website http://reg.tu.ac.th
6.2 ผู้สมัครต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาให้ครบถ้วนก่อนยื่นใบสมัคร
เมื่อยื่นใบสมัครแล้ว จะถือว่าผู้สมัครได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในขั้นต้น
เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะไม่พิจารณาคืนเงินค่าสมัครและค่าธรรม
เนียมในการสมัครสอบให้แก่ผู้สมัครไม่ว่ากรณีใด ๆ


ขั้นตอนการรับสมัคร


6.2.1 ผู้สมัครบันทึกข้อมูลการสมัครผ่านระบบ INTERNET ที่
http://www.regofc.tu.ac.th หรือ http://reg.tu.ac.th
6.2.2 ผู้สมัครพิมพ์แบบฟอร์มใบสมัครที่กรอกข้อมูลบน INTERNET ให้ครบถ้วนและ
ตรวจสอบข้อมูลการสมัครให้ถูกต้องก่อนนำไปชำระเงินค่าสมัครที่ธนาคาร หากพบว่ามีการกรอกข้อมูลของผู้สมัครไม่ถูกต้อง ขอให้ผู้สมัครดำเนินการแก้ไขข้อมูล ใหม่ให้ถูกต้อง มหาวิทยาลัยจะถือข้อมูลการสมัครที่บันทึกในระบบ INTERNET เป็นสำคัญ
6.2.3 ผู้สมัครนำใบสมัครที่พิมพ์จาก INTERNET ไปยื่นชำระเงินค่าสมัคร ผ่านระบบ Teller Payment ที่เคาน์เตอร์ ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ตามวันที่ที่กำหนด โดยชำระเงินค่าสมัครตามอัตราค่าธรรมเนียมการสมัครที่กำหนด พร้อมค่าธรรมเนียมธนาคาร 15 บาท หากผู้สมัครรายใด มิได้ดำเนินการชำระเงินค่าสมัครผ่านระบบ Teller Payment ของธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) ตามวันที่ที่กำหนด จะถือว่าการกรอกข้อมูลการสมัครในระบบ INTERNET เป็นโมฆะ
6.2.4 ธนาคารรับชำระเงินค่าสมัคร และบันทึกข้อมูลการชำระเงินของผู้สมัคร เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะออกหลักฐานการชำระเงินค่าสมัคร พร้อมคืนใบสมัครให้ ผู้สมัครเก็บไว้เป็นหลักฐานการสมัคร เมื่อชำระเงินค่าสมัครที่ธนาคารเรียบร้อยแล้ว จะถือได้ว่าการสมัครเสร็จสิ้นสมบูรณ์ (โปรดตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินค่าสมัครให้ถูกต้องตรงตามข้อมูลในใบสมัครด้วย เพราะจะมีผลต่อการสมัคร)
6.2 หลักฐานและเอกสารประกอบการทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบ สัมภาษณ์
ให้ผู้มีสิทธิ์ทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์ นำหลักฐานต่อไปนี้ ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ ดังนี้ ผู้สมัครเขตภาคกลาง วันที่ 25 มกราคม 2549 ณ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี และผู้สมัครเขตภาคใต้ วันที่ 26 มกราคม 2549 ณ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฏร์ธานี
6.2.1 ใบสมัคร ที่พิมพ์จากระบบ Internet พร้อมหลักฐานการชำระเงินค่าสมัคร
6.2.2 แบบฟอร์มการรายงานตัวเข้าศึกษาโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบทของ


ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สระบุรี หรือ ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สุราษฏร์ธานี


(โดย Down load จาก Website http://www.med.tu.ac.th หรือ Website
http://www.regofc.tu.ac.thหลังจากวันประกาศผลการสอบข้อเขียน)
หลักฐานต่อไปนี้ให้นำตัวจริงมาพร้อมกับสำเนา และให้เขียนรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมกับลงชื่อผู้สมัครกำกับไว้
6.2.3 ใบสุทธิหรือใบระเบียนแสดงผลการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
6.2.4 ใบระเบียนแสดงผลการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (รบ.1 หรือ ปพ.1) ที่สถาบันการศึกษาออกให้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 และภาคการศึกษาที่ 1 ของปีที่ 6
6.2.5 ใบรับรองคะแนนเฉลี่ย 5 ภาคการศึกษาของการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 5 และภาคการศึกษาที่ 1 ของปีที่ 6 โดยในแต่ละหมวดหรือแต่ละสาระการเรียนรู้ต้องได้รับคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ 3.2.6
6.2.6 บัตรประจำตัวประชาชน (ถ่ายเอกสารหน้า-หลัง ให้อยู่ในหน้าเดียวกัน)
6.2.7 ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล เฉพาะในกรณีที่ชื่อ-สกุล ในเอกสารการสมัครไม่ตรงกัน
6.2.8 สำเนาทะเบียนบ้านปัจจุบัน และสำเนาทะเบียนบ้านที่แสดงว่าเคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี
6.2.9 ใบรับรองการศึกษาดูงานจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
หากหลักฐานประกอบการสมัครไม่ครบถ้วน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์


7. อัตราค่าสมัครและค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ


7.1 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จำนวน 700 บาท + ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคาร จำนวน 15 บาท รวมเป็นจำนวน 715 บาท (ชำระเงินค่าสมัครผ่านระบบ Teller Payment ภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2548)
7.2 ค่าธรรมเนียมในการทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์ จำนวน 800 บาท (ชำระเงิน ณ วันที่ทดสอบสุขภาพจิต)

8 วิธีการคัดเลือกและการตัดสิน


ให้เป็นไปตามวิธีการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ โดย คณะกรรมการคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งแต่งตั้งโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

9 กำหนดการสอบข้อเขียน วิชา วัน เวลาและสถานที่สอบ


ผู้สมัครต้องเข้าสอบวัดความรู้ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชาที่จะต้องสอบ ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาอังกฤษ

เวลา - วิชาที่สอบวันที่สอบ 09.00 – 12.00 น. 13.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2549 วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2549 คณิตศาสตร์ -
* ผู้สมัครต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวนักเรียน พร้อมหลักฐานการชำระเงิน
ค่าสมัครมาแสดงในวันสอบข้อเขียนด้วย (สถานที่สอบดังปรากฏตามปฏิทินการรับสมัครฯ)
การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์ วันสอบ และสถานที่สอบ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ และสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 20 มกราคม 2549 ที่งานบริการการศึกษา ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี และที่ www.med.tu.ac.th, www.regofc.tu.ac.th และเข้าทดสอบสุขภาพจิต ตรวจร่างกายฯ ในวันที่ 25 - 28 มกราคม 2549 และสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 2 และ 6 กุมภาพันธ์ 2549 ดังรายละเอียดในปฏิทินการรับสมัครฯ


การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ โครงการผลิต
แพทย์เพื่อชาวชนบท ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2549 ที่งานบริการการศึกษา ชั้น 3 คณะแพทยศาสตร์ มธ.ศูนย์รังสิต ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สระบุรี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.สุราษฎร์ธานี และที่ www.med.tu.ac.th , www.regofc.tu.ac.th ผู้ที่สอบได้จะต้องแสดงความจำนงเข้าศึกษา ทำสัญญาพร้อมชำระค่าลงทะเบียนศึกษาภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2549 ภายในวันที่กำหนด ผู้ไม่มา แสดงความจำนงถือว่าสละสิทธิ์ และคณะจะเรียกผู้สอบได้ลำดับสำรองรายงานตัวต่อไป (ถ้ามี)ผู้ได้รับการคัดเลือก ให้เตรียมตัวดังนี้
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาในโครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท ประจำปีการศึกษา 2549 ให้ปฏิบัติดังนี้
12.1 รายงานตัวแสดงความจำนงเข้าศึกษาพร้อมรับเอกสารการทำสัญญาเป็นนักศึกษาแพทย์ ณ ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สระบุรี หรือ ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สุราษฏร์ธานี ดังวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนดไว้ในปฏิทิน
12.2 รับเอกสารและจดทะเบียนศึกษาลักษณะวิชาและเอกสารต่าง ๆ ในวันแจ้งความจำนงเข้าศึกษา ณ ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สระบุรี หรือ ศูนย์แพทยศาสตร์ฯ รพ.สุราษฏร์ธานี ดังวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนดไว้ในปฏิทิน
12.3 ทำสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์
12.3.1 รายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาที่ควรทราบ
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกฯ จะต้องทำสัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ คนละ 4 ฉบับ ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งแต่ละฉบับจะประกอบด้วย สัญญา 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ


ก. สัญญาการเป็นนักศึกษาเพื่อศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกฯ
ข. สัญญาค้ำประกันสำหรับผู้ค้ำประกันสัญญาในข้อ ก.
ในกรณีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกฯ มีคู่สมรสหรือมีอายุนับถึงวันทำสัญญาที่มหาวิทยาลัย
กำหนด ไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ค้ำประกันสัญญามีคู่สมรส จะต้องให้คู่สมรสหรือผู้แทนโดยชอบธรรม (บิดา-มารดา หรือผู้ปกครองตามคำสั่งศาล)แล้วแต่กรณีกรอกรายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารแนบท้ายสัญญาของส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความยินยอมให้ทำสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม การลงนามหรือเซ็นชื่อในสัญญาของทุก ๆ คน ให้กระทำต่อเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในวันที่กำหนดทำสัญญาเท่านั้น
12.3.2 การทำสัญญาค้ำประกัน ขอให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือสำนัก
เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีที่ นร 0215/ว91 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2539 ตามรายละเอียดดังนี้
12.3.2.1 ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นบิดาหรือมารดาของผู้ที่จะเข้าศึกษา โดยผู้ค้ำประกันไม่ต้อง
แสดงหลักทรัพย์ในการทำสัญญาค้ำประกัน หรือ
12.3.2.2 ในกรณีไม่สามารถจัดหาผู้ค้ำประกันตามข้อ 12.3.2.1 ได้ ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นพี่หรือน้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกันกับผู้ที่จะเข้าศึกษา โดยผู้ค้ำประกันไม่ต้องแสดงหลักทรัพย์ในการทำสัญญาค้ำประกัน หรือ
12.3.2.3 ในกรณีไม่สามารถจัดหาผู้ค้ำประกันตามข้อ 12.3.2.1 และ 12.3.2.2 ได้ให้กระทรวง
/กรมที่เป็นคู่สัญญาของผู้ที่จะเข้าศึกษาตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาตรวจสอบ หากผลการพิจารณาตรวจสอบปรากฏว่า ผู้ที่จะเข้าศึกษาไม่มีบุคคลตามข้อ 12.3.2.1 และ 12.3.2.2 ที่จะมาทำสัญญา ค้ำประกัน และผู้ที่ จะเข้าศึกษามีศักยภาพสูงยิ่งในการศึกษา ก็ให้ผู้ที่จะเข้าศึกษาทำสัญญาเข้าศึกษาโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันได้ ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์นี้กับผู้รับทุนรัฐบาลเพื่อไปศึกษา ฝึกอบรม และปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ รวมทั้งผู้รับทุน หรือข้าราชการที่ลาไปศึกษาภายในประเทศด้วย
12.3.3 เอกสารหรือหลักฐานที่จะต้องนำมาในวันที่ทำสัญญา
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ผู้ค้ำประกันสัญญาและบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในข้อ
12.3.1 จะต้องมาลงนามสัญญาที่กรอกรายละเอียดไว้แล้วต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมอากรแสตมป์ดวงละ 5 บาท (ไม่ใช่แสตมป์ปิดซองจดหมาย) จำนวน 5 ดวง (มีจำหน่าย ณ.สถานที่ที่ทำสัญญา) ต้นฉบับและสำเนาเอกสารหรือหลักฐานของทุกคน อย่างละ 4 ชุด ดังนี้

หลักฐานที่นักศึกษาต้องเตรียม
1. นักศึกษา
1.1 สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง) จำนวน 4 ชุด
1.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักศึกษา จำนวน 4 ชุด
(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
1.3 อากรแสตมป์ติดสัญญาค้ำประกันดวงละ 5 บาท จำนวน 5 ดวง
1.4 รูปถ่ายสี เครื่องแบบนักศึกษา มธ. ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
2. ผู้ค้ำประกัน
2.1 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน จำนวน 4 ชุด
(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
2.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของ ผู้ค้ำประกัน จำนวน 4 ชุด
(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสที่ยินยอม จำนวน 4 ชุด
ให้เป็นผู้ค้ำประกัน (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
2.4 สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสที่ยินยอมให้เป็น จำนวน 4 ชุด
ผู้ค้ำประกัน (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
2.5 สำเนาทะเบียนสมรสของผู้ค้ำประกัน จำนวน 4 ชุด
(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
12.4 ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
เอกสารที่นักศึกษาต้องเตรียม
- รูปถ่ายสีเครื่องแบบนักศึกษา มธ. ขนาด 1" จำนวน 4 รูป
- บัตรประจำตัวประชาชนและหลักฐานการสมัครสอบ
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ต้นฉบับพร้อมถ่ายเอกสาร) จำนวน 1 ชุด
- ใบเปลี่ยนชื่อ - สกุล (ถ้ามี)
- ใบระเบียนแสดงผลการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 1 ชุด
ตอนปลาย (รบ.1 หรือ ปพ.1) (ต้นฉบับ พร้อมถ่ายเอกสาร)
* ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา


การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
ผู้ที่ยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษากับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจะประกาศเลขทะเบียนนักศึกษาพร้อมปฏิทินกิจกรรมนักศึกษาใหม่ ให้ทราบภายหลังทาง Internet http://www.regofc.tu.ac.th หรือ http://www.reg.tu.ac.th หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
- ฝ่ายสารสนเทศ สำนักทะเบียนและประมวลผล
โทร. 0 - 2986-9086 ต่อ 113 – 115, 118, 125 หรือ 0 - 2564-4440 ต่อ 1143
- ฝ่ายทะเบียนศึกษา สำนักทะเบียนและประมวลผล
โทร. 0 - 2986-9086 ต่อ 110 – 111, 116 – 117, 124, 126 หรือ 0 - 2564-4440 ต่อ 1141
- ทาง E-mail : regist_tu@yahoo.com
- กระดาษข่าว www.regofc.tu.ac.th


เงื่อนไขของผู้มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา


10.1 เป็นผู้ผ่านการสอบคัดเลือก ตามประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง การรับสมัคบุคคล
เพื่อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2549
10.2 ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) และหากปรากฏว่าผู้มี
สิทธิ์เข้าศึกษาไม่สำเร็จการศึกษาตามที่กำหนด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะไม่รับเข้าศึกษาหากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ตรวจสอบพบภายหลังว่าผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาคนใดมีคุณสมบัติ ไม่ครบถ้วนตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด มหาวิทยาลัยจะถือว่าการมีสิทธิ์เข้าศึกษาในครั้งนี้ เป็นโมฆะ และจะไม่คืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใดๆ
10.3 ผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายหลังพบว่ามีชื่อในสถาบัน
การศึกษาอื่นๆ ผู้นั้นจะถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาทันที ตามข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาชั้นปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย
10.4 ผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว หากมหาวิทยาลัย
ตรวจสอบพบภายหลังว่า ผู้ใดปลอม ใช้ หรืออ้างเอกสารปลอมในการสมัคร หรือการคัดเลือก หรือการขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยจะถอนชื่อผู้นั้นออกจากการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาต่อไป