อาชีพแพทย์



ลักษณะงาน
แพทย์ คือ ผู้ตรวจค้นโรคและความผิดปกติของร่างกาย จิตใจ สั่งยา ให้การรักษา มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งในด้านการส่งเสริม สนับสนุน ป้องกัน รักษาโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพ


คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. เป็นผู้ที่สนและเสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ มีมารยาทดี และปรับตัวเข้ากับทุกคนได้
2. มีความสนใจวิทยาการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องสนใจทางด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี จิตวิทยา ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์
3. มีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ อดทน
4. ซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการหลอกลวงผู้อื่น
5. มีจิตใจเป็นนักวิทยาศาสตร์ คิดด้วยเหตุผล
6. ช่างสังเกตและละเอียดถี่ถ้วน แต่ต้องฉับไว เพราะช้าอาจหมายถึงชีวิตของผู้ป่วย
7. ต้องไม่รังเกียจต่อสิ่งปฏิกูล เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ นำมูก นำเหลือง อาเจียน เพราะต้องนำสิ่งเหล่านี้ไปตรวจ


การศึกษาและการฝึกอบรม
ศึกษาหลักสูตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ตามระเบียบการการของทบวงมหาวิทยาลัย หรือคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ สอบคัดเลือกเอง โดยมีรายละเอียดของคุณสมบัติของผู้สมัคร การสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพจิตที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

สถาบันที่เปิดสอนแพทย

1.วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

2.วิทยาลัยแพทย์ศาสตรกรุงเทพมหานครและ์วชิรพยาบาล

3.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

4.มหาวิทยาลัยขอนแก่น

5.มหาวิทยาลัยมหิดล

6.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

7.มหาวิทยาลัยนเรศวร

8.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

10.มหาวิทยาลัยรังสิต

11.มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ


โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
1. รับราการในโรงพยาบาลของรัฐหรือกระทรวงสาธารณสุข
2. ทำงานในโรงพยาบาลเอกชน
3. เปิดคลีนิกส่วนตัวรักษาโรค หรือตั้งโรงพยาบาลเอกชนของตนเอง
4. ทำงานนอกเวลาในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป หลังจากเลิกงานประจำแล้ว
5. ศึกษาเพิ่มเติมเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาต่างๆ หรือศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก

-----------------------

 

 

คณะแพทย์ศาสตร์รามา

 

สำหรับคณะนี้เนี่ยจริงๆแล้วชื่อเต็มๆก็คือ \"คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
สาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมาย\" นะครับผม


อ๊ะ อ๊ะ !!.....อย่าเพิ่งเข้าใจผิดที่เห็นว่าเป็นคณะแพทยศาสตร์แล้วจบมาจะเป็น
คุณหมอนะคร้าบ...เพราะจริงๆแล้วคณะเราเนี่ยจบมาจะไม่ได้แพทยศาสตรบัณฑิต(พบ.)นะครับ
แต่จะได้เป็นวิทยาศาสตรบัณฑิต(วทบ.)สาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมาย
นั่นคือน้องๆจะจบมาด้วยคุณวุฒิความถนัดเฉพาะทางนั่นเอง


ถึงแม้จะไม่ใช่คุณหมอแต่คณะนี้เนี่ยมีความสำคัญมากนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันนี้
การสื่อสารให้เข้าใจเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ
หากการสื่อสารเกิดความบกพร่องเนี่ยเราก้อจะไม่เข้าใจกัน
หรืออาจเกิดความขัดแย้งเนื่องจากความเข้าใจผิดได้
ซึ่งบนโลกนี้ยังมีอีกหลายๆคนนักที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร
จนทำให้คนบางคนหมดโอกาสที่ดีบางอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้
ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องการการบำบัดและพัฒนาทักษะ เช่นคนพิการทางสมอง คนที่เป็นโรคออทิสติก
คนพิการ หูหนวก หูตึง เป็นใบ้ ปากแหว่งเพดานโหว่ ลิ้นไก่สั้นเป็นต้น
รู้มั้ยว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องการให้มีใครสักคนที่จะมาช่วยพัฒนาให้เขาสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น
และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเทียบเท่ากับคนปกติอยู่นะ

ละก็งานของเรานั้นถือว่าเป็นงานคนละส่วนกันกับงานของพวกคุณหมอหรือพยาบาลนะครับ
เพราะว่าเมื่อผู้ป่วยย่างก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลเนี่ย
คุณหมอจะทำหน้าที่รักษาตามความรู้ของคุณหมอ พยาบาลจะช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพ
ส่วนพวกเราจะทำการบำบัดรักษาตามความรู้ทางวิชาชีพของเราล่ะ
ดังนั้นจึงถือได้ว่าวิชาชีพของเรามีความสำคัญเทียบเท่ากับวิชาชีพอื่นเลยนะครับ
เพียงแต่สำคัญคนละมุมเท่านั้นเอง

จะว่าไปแล้วคณะนี้เพิ่งเปิดหลักสูตรปริญญาตรีมาได้รุ่นนึงแล้ว(ปีการศึกษา2547)นั่นก้อคือพวกพี่
และตอนนี้ก็กำลังจะเปิดรับรุ่นที่2อยู่
(ปีการศึกษา2548)ซึ่งคนเหล่านั้นก้อคือพวกน้องๆยังงัยหล่ะ!!!

อ๊ะๆ แต่อย่าตกใจไปว่า โอ้โห...คณะเรามีกันเพียงแค่เรา2รุ่นเองเหรอ?(-_-\")
เพราะจริงๆแล้วเนี่ยสาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายเนี่ยมีในประเทศไทยตั้งนานแล้วเป็น10ๆปีแน่ะ
ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยเค้าเปิดมาเป็นหลักสูตรอนุปริญญา กับปริญญาโทครับผม
แต่ว่าเพิ่งมาเริ่มเปิดหลักสูตรปริญญาตรีก้อปีพวกพี่เนี่ยหล่ะ

สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่เพิ่งเปิดขึ้นมาเนี่ยก็มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลากรให้มีจำนวนเพียงพอต่อผู้ป่วยทั่วประเทศอ่ะครับ
เพราะจำนวนบุคคลากรที่จบมาจากปริญาโทหรืออนุปริญญาที่มีอยู่ในตอนนี้คิดเทียบกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเนี่ยถือว่าอยู่ในสภาวะขาดแคลนมากนะครับ

จริงๆแล้วเนี่ยสาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายนั้นเป็นสาขาวิชาที่ต่างประเทศฝั่งอเมริกา-ยุโรปให้ความสำคัญกันมาเลยรู้มั้ย
มีหลักสูตรการศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอกมานานแล้วล่ะ
แต่สำหรับในแถบเอเชียนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก
ซึ่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้จึงเริ่มบุกเบิกในการเปิดหลักสูตรนี้ขึ้นมา
ซึ่งนับว่าเป็นคณะแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เลยนะครับ
เรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนเนี่ย ในปีที่1
เราจะได้เรียนกับเพื่อนๆทุกคณะในมหิดลที่ศาลายานะครับ
ซึ่งก้อจะได้เรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั่วๆไปอย่าง เลข(แคลคูลัสกับสถิติ) ฟิสิกส์ เคมี
ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเหมือนๆม.ปลายแต่ว่าเรียนในระดับที่ลึกขึ้น
และจะได้เรียนวิชามนุษยศาสตร์บูรณาการ
ที่เนื้อหาวิชาจะสอนให้เราได้เข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ทั้งความต้องการทางด้านร่างกาย จิตใจ
การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นต้น และในเทอม2
น้องๆก้อจะได้เริ่มเข้าใกล้ความเป็นคณะเรามากขึ้น เพราะน้องๆจะได้เรียนวิชาคณะ
นั่นคือวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคนพิการซึ่งน้องจะได้รู้จักกับความพิการชนิดต่างๆ
กฏหมายคุ้มครองคนพิการ ซึ่งวิชานี้น้องจะได้รู้จักคนพิการและเห็นใจเข้าใจคนพิการมากขึ้น
นอกจากนี้จะได้รู้จักกับระบบร่างกายพื้นฐานในวิชากายวิภาคศาสตร์หรือANATOMY
ที่เราจะได้ศึกษาจริงจากอาจารย์ใหญ่ที่เป็นผู้มีพระคุณยอมสละร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทานให้เราได้เรียนรู้

นอกจากนี้จะมีเรียนวิชาอิเลคโทรนิคส์ด้วยนะครับเพราะสาขาวิชาของเรามีบ้างที่จะต้องเรียนรู้จักอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น
เช่นเครื่องช่วยฟัง หรือเครื่องวัดระดับการได้ยินอะไรพวกเนี้ย
ส่วนวิชาปี2เนี่ยพี่ก้อยังไม่ค่อยรู้นะครับ เพราะพี่เองก้อกำลังขึ้นชั้นปีที่2อยู่หง่ะ
แต่ที่รู้คร่าวๆก้อคือ เราจะได้เรียนลึกขึ้นเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์
สรีระวิทยาของระบบที่เราใช้ในการสื่อสาร นอกจากนี้ยังเรียนรู้จักการฟัง
การออกเสียงที่ถูกต้องด้วย
และในชั้นปีที่สูงขึ้นน้องจะได้เรียนวิชาภาษามือเบื้องต้นด้วยล่ะ
เอาไว้สำหรับการสื่อสารกับคนหูหนวก ซึ่งเป็นวิชาที่น่าสนใจมากๆเลย
จนถึงตอนนั้นน้องจะเริ่มเห็นความถนัดของตนเองแล้วว่าเราเหมาะจะเลือกเรียนวิชาหลักด้านไหนระหว่าง
แก้ไขการพูด กับ แก้ไขการฟังแล้วน้องก็จะได้เรียนมุ่งเน้นไปทางนั้น
ควบคู่กับการฝึกปฎิบัติการจริงกับผู้ป่วยเลยครับ

เนื่องจากวิชาชีพของเรานั้นเองก็เป็นวิชาชีพที่ทำงานกับมนุษย์ดังนั้นเมื่อเราเรียนจบเราก็ต้องไปสอบเพื่อรับใบประกอบโรคศิลป์ด้วยนะ
หลังจากนั้นก็เป็นทางเลือกของน้องแล้วหล่ะว่าจะเอางัยกะชีวิตต่อไปดี
ระหว่างทำงานเลย,เรียนต่อ,ทำงานไปก่อนค่อยเรียนต่อปริญญาโท-ปริญญาเอกทางสาขาวิชานี้เพื่อจบมาเป็นอาจารย์
หรือไปเรียนต่อสาขาวิชาอื่น เป็นต้น

แต่สิ่งนึงที่อยากจะฝากไว้กับน้องๆนะครับว่า
หลักสูตรวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายของเราเนี่ย
ถูกเปิดขึ้นมาเพราะว่ามีคนมากมายที่ต้องการการบำบัดช่วยเหลือจากพวกเราจริงๆ
ดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยว่าเมื่อน้องจบมาจะไม่มีงานให้น้องทำ
ดังนั้นหากน้องคิดว่าน้องเป็นคนนึงที่มีปณิธานกับชีวิตว่าอยากช่วยเหลือผู้คนแล้วเนี่ย
คณะนี้เป็นทางเลือกที่ดีนะครับน้อง
ที่น้องจะได้ทำงานเพื่อผู้อื่นและมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเพราะอย่างน้อยน้องก้อได้ยกระดับโอกาสให้แก่ผู้ที่ผิดปกติของการสื่อความหมายได้มีโอกาสทัดเทียมกับคนทั่วไป
ไม่มากก็น้อย

ก็อย่างที่บอกนะครับ การที่มีความผิดปกติของการสื่อความหมายเนี่ย
อาจจะทำให้คนบางคนหมดโอกาสที่ดีบางอย่างเลยนะครับ
เพราะฉะนั้นพี่หวังว่าคณะนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของน้องๆนะครับผม

แล้วเจอกันนะคร้าบ !!!

หน้าถัดไป/ับหน้าหลัก