อาชีพสถาปนิก


ลักษณะงาน

ออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น และไม่กระทบให้เป็นผลเสียของส่วนรวม
คุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ
1. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดี
2. มีการทำงานที่มีระบบ3. ละเอียดรอบคอบต่องานที่ทำ เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
4. ใจกว้างยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นและมีมนุษยสัมพันธ์
5. คำนึงถึงงานสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมากกว่าค่าตอบแทน
6. เข้าใจในระบบเศรษฐกิจและการตลาด เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
7. รักและเสียสละ เพื่อพัฒนาท้องที่ในต่างจังหวัด
8. ต้องมีรสนิยมทางศิลปะที่ดี และรู้จักพัฒนารสนิยมให้เป็นที่ยอมรับของสังคม
9. คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่เมือง และสภาพแวดล้อม รวมถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมของท้องถิ่น


การศึกษาและการฝึกอบรม


จบ ม.ปลายสายวิทยาศาสตร์ เข้าศึกษาต่อคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ใชเวลาเรียน 5 ปี หรือจบระดับ ปวส. ทางด้านการเขียนแบบ แล้วฝึกงานในสำนักงานสถาปนิก หรือศึกษาต่อเพื่อให้ได้ปริญญาทางสถาปัตยกรรม

สถาบันที่เปืดสอน

จุฬาฯ ม.ศิลปากร ม.เกษตร สถาบันเทคโนฯพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด-หลักสูตรอินเตอร์ด้วยนะ) สถาบันราชมงคลต่างๆ ม.เอแบค ม.รังสิต
ม.ธรรมศาสตร์ (หลักสูตร 4+2 เรียน 4 ได้ปริญญาตรี อีก 2 ปีได้ปริญญาโทด้วยเลย) ม.นเรศวร ม.มหาสารคาม

วิชาเอกที่เปิดสอนมีดังนี้

สถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบบ้าน อาคารเล็ก-ใหญ่ ให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย โครงสร้างแข็งแรง และที่สำคัญคือ สวยงาม จบแล้วก็ไปเป็นสถาปนิก เริ่มแรกอาจจะอยู่ในบริษัทก่อน ถ้าต่อมาเริ่มมีประสบการณ์สั่งสมมากขึ้น มีเงินมากขึ้นก็สามารถเปิดออฟฟิศเองก็ได้

สถาปัตยกรรมภายใน : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบภายในอาคารให้สวยงาม น่าสนใจ มีแสงสว่างและสิ่งต่างๆที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ จะ ทำงานในลักษณะที่ต้องลงรายละเอียดมากแบบ มากๆ จริงๆแล้ว สถาปัตยกรรม ก็มีรายละเอียดมากนะ แต่จะเป็นคนละแบบกัน จบไปเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งภายใน การทำงานคล้ายๆสถาปนิกเลย แต่เป็นการทำงานตกแต่งแทนที่จะออกแบบอาคาร

สถาปัตยกรรมไทย : แน่นอนว่า ต้องเรียนเกี่ยวกะบ้านไทย ศิลปะไทยเช่น วัด อุโบสถ ลายไทย การแกะสลัก ปูนปั้น การเขียนลายต่างๆ การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยและการบูรณะ ออกแบบวัดขึ้นใหม่ อาจจะ ทำงานกับกรมศิลปากร แต่ภาคนี้จะรับจากการสอบตรงอย่างเดียวนะจ๊ะ เพราะว่าคนที่จะมาเรียนด้านนี้ได้ น่าจะเป็นคนที่มีใจรักด้านนี้อย่างแท้จริง มากๆ

ภูมิสถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคาร รู้จักการเลือกใช้ต้นไม้ พืชพันธุ์ที่เหมาะสมกับประเภทอาคาร การจัดสวนทั้งในพื้นที่เล็กๆทั้งภายนอกภายใน ไปจนถึงโครงการใหญ่ๆอย่างสนามกอล์ฟ สวนสาธารณะและอุทยานแห่งชาติเลยทีเดียว

ออกแบบอุตสาหกรรม : เรียนการออกแบบหลายๆอย่างทั้งผลิตภัณฑ์ ก็ประมาณแพคเกจจิ้งต่างๆด้วยแหละ ออกแบบตกแต่งภายในพวกดิสเพลย์หน้าร้าน ออกแบบสิ่งทอ ออกแบบกราฟิค และเซรามิค โดยทุกคนจะได้เรียนหมดทุกตัว และเลือกทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) ในตัวที่เราชอบและถนัดเพียงตัวเดียว จบแล้ว ก็ไปทำงานได้หลายหลายมาก ตามที่เรียนมา หรือจะรับงานฟรีแลนซ์ก็ได้ คือ ทำงานอิสระไม่ได้ทำตรงกับบริษัทไหนเฉพาะ เป็นครีเอทีฟ ออกแบบสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกแบบลายผ้าทำเฟอร์นิเจอร์ โอยย เยอะมาก และตอนนี้ภาคนี้ก็กำลังบูมใช้ได้เลย

วางแผนภาคและผังเมือง : ภาคนี้เป็นน้องใหม่ของป.ตรีที่จุฬา แต่เดิมเปิดสอนในระดับ ป.โท ตอนนี้รับทั้งน้องสายวิทย์ และสายศิลป์อย่างละครึ่ง เรียนเกี่ยวกับการจัดการผังเมืองให้เป็นระบบ ทางสัญจร ระบบการบริการ การจัดการเมืองให้เป็นส่วน มีจุดเด่นที่ดี ทำให้ภาพของเมืองเป็นภาพที่น่าดู เป็นเมืองที่น่าอยู่ การทำงานก็ ประมาณว่า วางผังเมืองให้กับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น

 


โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ
1. รับราชการในหน่วยงานต่างๆในตำแหน่งสถาปนิก ผู้ช่วยสถาปนิก หรือเป็นที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรม ครู-อาจารย์
2. ทำงานในบริษัทสถาปนิกต่างๆของเอกชน และองค์การระหว่างประเทศ
3. ประกอบอาชีพส่วนตัว4. ศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก

-----------------

สาระเพิ่มเติม อ่านดูนะคะ

หลายๆคน ตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยรู้จักหรอกกับคำว่าถาปัด แต่ก็จำได้ว่าอยากเรียนคณะนี้ๆ หรือบางคนมาสังเกตตัวเองก็พบว่า เอ....เรานี่ก็ชอบดูบ้านเก๋ๆ ชอบตกแต่งห้อง ชอบต้นไม้หรือชอบคิดอะไรใหม่ๆเจ๋งๆ บางทีเราอาจจะเหมาะกับคณะนี้นะเนี่ย แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่า พี่ๆที่เรียนคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน เรียนไปแล้วไปทำงานอะไร มันใช่อย่างที่เราคิดไว้มั้ย

ไหนเรามาลองดูกัน

ก่อนที่จะตัดหมายเลขคณะแล้วแปะลงในใบคัดเลือก เชื่อว่าบางคนอาจจะผ่านมรสุมจากที่บ้านมาบ้างว่า อย่าไปเรียนเลยน่า คณะนี้ เรียนไปก็ตกงาน เรียนก็หนัก บ้านก็ไม่ได้กลับ หรือเห็นน้องบางคนก็ได้รับฟังคำกล่าวบอกมาว่า คณะสถาปัตย์เนี่ย คณะผู้ชายนะ เป็นผู้หญิงอย่าเรียนเลย ก็อยากจะบอกว่า คณะนี้เรียนได้ทั้งหญิงชายนะคะ เดี๋ยวนี้เค้ามีกัน 50:50 แล้ว!! ส่วนเรื่องงาน พอเราเรียนจบไปเนี่ย เราจะพร้อมด้วยสกิลที่ฝึกฝนมาอย่างดี (ทั้งนี้ความพยายามและความตั้งใจส่วนตัวก็มีส่วนนะจ๊ะ) เพราะฉะนั้น งานน่ะ ไม่ตกหรอก ต่อมาคือ เรื่องงานหนัก อันนี้จริง จะเป็นอารมณ์ประมาณว่าอดหลับอดนอน คิดแบบ เขียนแบบ ทำโมเดลส่ง ส่วนเรื่องบ้านไม่ได้กลับเนี่ย นานๆที อาจจะกลับค่ำบ้างเป็นบางวัน ก็ต้องทำใจเรื่องอดนอนไว้ และก็อย่าเพิ่งท้อถ้าเข้ามาแล้วจะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่มันสนุกจริงๆ เพราะว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบไง

ที่ไหนบ้างที่มีสอนคณะนี้
จุฬาฯ ม.ศิลปากร ม.เกษตร สถาบันเทคโนฯพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด-หลักสูตรอินเตอร์ด้วยนะ) สถาบันราชมงคลต่างๆ ม.เอแบค ม.รังสิต
ม.ธรรมศาสตร์ (หลักสูตร 4+2 เรียน 4 ได้ปริญญาตรี อีก 2 ปีได้ปริญญาโทด้วยเลย) ม.นเรศวร ม.มหาสารคาม

มีภาควิชาอะไรบ้างในคณะสถาปัตย์ และเค้าเรียนอะไรกันมั่ง จบแล้วไปทำอะไร

สถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบบ้าน อาคารเล็ก-ใหญ่ ให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย โครงสร้างแข็งแรง และที่สำคัญคือ สวยงาม จบแล้วก็ไปเป็นสถาปนิก เริ่มแรกอาจจะอยู่ในบริษัทก่อน ถ้าต่อมาเริ่มมีประสบการณ์สั่งสมมากขึ้น มีเงินมากขึ้นก็สามารถเปิดออฟฟิศเองก็ได้

สถาปัตยกรรมภายใน : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบภายในอาคารให้สวยงาม น่าสนใจ มีแสงสว่างและสิ่งต่างๆที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ จะ ทำงานในลักษณะที่ต้องลงรายละเอียดมากแบบ มากๆ จริงๆแล้ว สถาปัตยกรรม ก็มีรายละเอียดมากนะ แต่จะเป็นคนละแบบกัน จบไปเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งภายใน การทำงานคล้ายๆสถาปนิกเลย แต่เป็นการทำงานตกแต่งแทนที่จะออกแบบอาคาร

สถาปัตยกรรมไทย : แน่นอนว่า ต้องเรียนเกี่ยวกะบ้านไทย ศิลปะไทยเช่น วัด อุโบสถ ลายไทย การแกะสลัก ปูนปั้น การเขียนลายต่างๆ การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยและการบูรณะ ออกแบบวัดขึ้นใหม่ อาจจะ ทำงานกับกรมศิลปากร แต่ภาคนี้จะรับจากการสอบตรงอย่างเดียวนะจ๊ะ เพราะว่าคนที่จะมาเรียนด้านนี้ได้ น่าจะเป็นคนที่มีใจรักด้านนี้อย่างแท้จริง มากๆ

ภูมิสถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคาร รู้จักการเลือกใช้ต้นไม้ พืชพันธุ์ที่เหมาะสมกับประเภทอาคาร การจัดสวนทั้งในพื้นที่เล็กๆทั้งภายนอกภายใน ไปจนถึงโครงการใหญ่ๆอย่างสนามกอล์ฟ สวนสาธารณะและอุทยานแห่งชาติเลยทีเดียว

ออกแบบอุตสาหกรรม : เรียนการออกแบบหลายๆอย่างทั้งผลิตภัณฑ์ ก็ประมาณแพคเกจจิ้งต่างๆด้วยแหละ ออกแบบตกแต่งภายในพวกดิสเพลย์หน้าร้าน ออกแบบสิ่งทอ ออกแบบกราฟิค และเซรามิค โดยทุกคนจะได้เรียนหมดทุกตัว และเลือกทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) ในตัวที่เราชอบและถนัดเพียงตัวเดียว จบแล้ว ก็ไปทำงานได้หลายหลายมาก ตามที่เรียนมา หรือจะรับงานฟรีแลนซ์ก็ได้ คือ ทำงานอิสระไม่ได้ทำตรงกับบริษัทไหนเฉพาะ เป็นครีเอทีฟ ออกแบบสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกแบบลายผ้าทำเฟอร์นิเจอร์ โอยย เยอะมาก และตอนนี้ภาคนี้ก็กำลังบูมใช้ได้เลย

วางแผนภาคและผังเมือง : ภาคนี้เป็นน้องใหม่ของป.ตรีที่จุฬา แต่เดิมเปิดสอนในระดับ ป.โท ตอนนี้รับทั้งน้องสายวิทย์ และสายศิลป์อย่างละครึ่ง เรียนเกี่ยวกับการจัดการผังเมืองให้เป็นระบบ ทางสัญจร ระบบการบริการ การจัดการเมืองให้เป็นส่วน มีจุดเด่นที่ดี ทำให้ภาพของเมืองเป็นภาพที่น่าดู เป็นเมืองที่น่าอยู่ การทำงานก็ ประมาณว่า วางผังเมืองให้กับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น

(ที่จุฬา) การเรียนในปีแรก ทุกภาคจะเรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันก่อน เช่นวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ พื้นฐานการออกแบบ ภาษาอังกฤษ อาจจะมีบางวิชาที่เรียนเฉพาะภาคบ้าง ต่อมาเทอม 2 ของปีแรก ภาคผังเมืองจะแยกไปเรียนวิชาของตัวเองแล้ว (เรียกว่า แยกไปก่อนเพื่อนเลย) ภาคอื่นๆจะได้เริ่มออกแบบบ้านกัน ส่วน สถ.ไทย จะเรียนวิชาการออกแบบของภาคตัวเอง

ปี 2 เทอมแรกภาคที่เหลือจะยังเรียนรวมกันอยู่ ยังคงทำบ้านกัน ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมจะเริ่มไปเรียนวิชาภาคกันมากขึ้น มีการปั้นเซรามิคกันสนุกสนาน ต่อมาเทอมหลังเพื่อนๆภูมิสถาปัตยกรรมก็จะไปเรียนวิชาออกแบบของเค้าเอง ออกแบบบริเวณและจัดต้นไม้ สถ.ไทย ก็เรียนของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน สถาปัตย์ กับ สถาปัตย์ภายในก็ยังเรียนเหมือนกันอยู่ จะเริ่มทำอาคารสาธารณะเล็กๆ ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมก็จะแยกไปเรียนวิชาของภาคเค้าเองอย่างเต็มตัว ทั้งกราฟิค ออกแบบภายใน และสิ่งทอ

ปี3 ภาคสถาปัตย์กะสถาปัตย์ภายในยังเรียนด้วยกันอยู่ แต่สถาปัตย์ภายใน จะเริ่มเรียนวิชาของภาค และจะแยกไปในตอนปี 4 ดังนั้นทุกภาคก็จะเรียนวิชาของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็จะมีสกิลมากขึ้น ขยันมากขึ้น รู้อะไรๆมากขึ้น และต้องเตรียมพร้อมเพื่อไปฝีกงานก่อนจะขึ้นปี 5 และในปี 5 ทุกคนก็จะได้ทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) คนละชิ้น ซึ่งหากผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะเรียนจบรับปริญญามาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ


การปรับตัวเมื่อเข้ามาเรียนในคณะ อย่างที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องขยันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคณะไหน มหาลัยไหนก็ตาม เพราะอาจารย์ท่านจะถือว่าเราโตแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้แล้ว อย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ถ้าเรียนคณะนี้แล้ว ควรจะรับได้กับการอดนอน เพราะงานเราเยอะจริงๆนะ และต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้ดี

การเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ผลดีนั้นจะต้องมีทั้งการเรียนที่ดีและการทำกิจกรรมที่เหมาะสม ถ้าเรียนอย่างเดียว เราอาจขาดทักษะทางการเข้าสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องการแน่นอนเมื่อเราเรียนจบไปและต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่หากทำกิจกรรมมากไปจนลืมเรื่องเรียนแล้วเนี่ยนะ.......เหอะๆ บางทีเราอาจจะ เรียนไม่จบก็ได้เน้อ ส่วนสังคมในคณะ พี่ๆน้องๆก็จะมีการช่วยเหลือกันอบอุ่นน่ารักดี มีกิจกรรมให้เราได้มารวมกันอยู่เสมอ เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยซักงานละ กิจกรรมอาจจะต่างกันไปในแต่ละมหาลัย แต่ก็สนุกไม่แพ้กันเลย


สุดท้ายแล้ว อยากจะบอกน้องๆที่อยากเรียนสถาปัตย์ว่า ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญอยู่ที่เราตั้งใจจริงในสิ่งที่เราทำ เรามีความพยายาม มีน้ำใจ มีคุณค่าในตัวเอง นั่นหละที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ.....

แล้วเจอกันนะ ขอให้น้องทุกคนโชคดีสมหวังได้คณะ ภาค มหาลัยที่อยากเรียน .....เอ้า รับพรซะ !!!

 

หน้าถัดไป/กลับหน้าหลัก