6.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

http://www.chula.ac.th/chula/th/home.html

คณะครุศาสตร์

คณะจิตวิทยา

คณะทันตแพทยศาสตร์

คณะนิติศาสตร์

คณะนิเทศศาสตร์

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

คณะแพทยศาสตร์

คณะพยาบาลศาสตร์

คณะเภสัชศาสตร์

คณะรัฐศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะเศรษฐศาสตร์

คณะศิลปกรรมศาสตร์

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

คณะสหเวชศาสตร์

คณะสัตวแพทยศาสตร์

คณะอักษรศาสตร์

สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา

------------------------------------

แอดมิชชั่นปี ๒๕๔๙ กับการรับนิสิตด้วยวิธีต่างๆ ของจุฬาฯ


เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เวลา 13.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดประชุมชี้แจงเรื่องการรับสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี จุฬาฯ ปีการศึกษา 2549 ซึ่งมีนักเรียน ผู้ปกครอง ครู เข้าร่วมรับฟังกว่า 11,000 คน โดย รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการจุฬาฯ กล่าวว่า ปีการศึกษา 2549 จุฬาฯจะรับนิสิต 6,073 คน มีวิธีคัดเลือกนิสิต 3 รูปแบบคือ

1.ระบบแอดมิชชั่นตรง 1,147 คน
2.ระบบแอดมิชชั่นกลาง 4,356 คน
3.หลักสูตรนานาชาติ/ภาษาอังกฤษ 570 คน

ทั้งนี้มีคณะที่รับตรง 8 คณะ รวม 15 โครงการ ใช้องค์ประกอบคือ วิชา O-NET และ A-NET และวิชาเฉพาะที่จัดสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และวิชาเฉพาะอื่นนอกเหนือจากที่ สกอ.ไม่ได้จัดสอบ ซึ่งทางจุฬาฯ จะจัดสอบเอง เช่น ดนตรี กีฬา ความถนัดทางวิชาชีพทันตแพทยศาสตร์ วิชาจริยธรรมและทักษะการคิดแบบองค์รวม วิชาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบทดสอบสุขภาพจิต เป็นต้น และใช้สนามสอบภายในจุฬาฯ โดยผู้สมัครเลือกได้เพียง 1 คณะเท่านั้น หากสอบได้แอดมิชชั่นตรงแล้ว จุฬาฯจะส่งรายชื่อให้ สกอ. เพื่อตัดสิทธิจากแอดมิชชั่นกลาง

สำหรับกำหนดการต่างๆ มีดังต่อไปนี้

วันที่
กำหนดการ

1-30 กันยายน 2548
รับสมัครแอดมิชชั่นตรงทางอินเตอร์เน็ตและไปรษณีย์

25-26 ต.ค.
สอบวิชาเฉพาะที่จัดสอบเพิ่มเติม (วิชาเฉพาะนอกเหนือจากที่สกอ.จัดสอบ)

20 ม.ค.2549
ประกาศผลครั้งที่ 1 เฉพาะโครงการศิลปะดีเด่น/ พสวท./อัจฉริยภาพ/คณะศิลปกรรมศาสตร์

12 เม.ย.2549
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์

17-18 เม.ย. 2549
สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย

21 เม.ย.2549
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษา

24-25 เม.ย.2549
รายงานตัว

28 เม.ย.2549
ส่งรายชื่อให้ สกอ.ตัดสิทธิแอดมิชชั่นกลาง


สำหรับการรับแอดมิชชั่นตรงในคณะที่ได้รับความนิยม เช่น คณะแพทยศาสตร์นั้น ในปี 2549 คณะแพทย์ฯ จะรับแอดมิชชั่นตรงทั้ง 245 คนใช้คะแนน O-NET 5 วิชาหลัก และ A-NET ได้แก่ ภาษาอังกฤษ 2 วิทยาศาสตร์ 2 คณิตศาสตร์ 2 ทั้งนี้จะไม่กำหนดค่าคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอด ม.ปลาย หรือจีพีเอเอ็กซ์ และค่าเฉลี่ยรายกลุ่มสาระ หรือจีพีเอ เพราะจากสถิติที่ผ่านมา แม้จะกำหนดค่าจีพีเอเอ็กซ์ไว้ที่ 3.5 ก็ไม่เคยมีใครที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 3.5 มาสมัครอยู่แล้ว

ส่วนคณะทันตแพทยศาสตร์นั้น จะเป็นปีแรกที่สอบวิชาความถนัดทางวิชาชีพทันตแพทย์ เนื่องจากประสบปัญหาผู้เรียนเลือกเรียนตามความนิยมและตามเพื่อน บางครั้งเรียนไม่ไหว เช่น ไม่กล้าถอนฟัน เป็นต้น.

-----------------------------

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวิธี Admission ตรง ปีการศึกษา 2549

 

โครงการแพทย์จุฬาฯรอบรู้คู่คุณธรรม

ถาม:อยากทราบรายละเอียดของโครงการนี้ค่ะ (ขอแบบละเอียดเลยนะคะ)

ตอบ:ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:เข้าใจว่าเป็นการสอบ Admission ตรงเท่านั้น และ Admission กลาง จะมีการเปิดรับสมัครโครงการแพทย์จุฬาฯ หรือไม่

ตอบ:ไม่มี

ถาม:มี GPA ขั้นต่ำหรือเปล่าครับ ถ้ามีอยากทราบว่าเท่าไรครับ (GPA ขั้นต่ำในการสมัครนะครับ)

ตอบ:ไม่มี

ถาม: โครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ในปี 50 มีโอกาสที่จะรับเพิ่มอีกหรือเปล่าค่ะ (มากกว่า 200 คน)

ตอบ:ไม่มี

ถาม
1. เกณฑ์ในการรับแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม 200 คน คืออะไร (ตามคะแนนสูงสุดหรือคะ)

2. วิชาเฉพาะมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำไหมคะ

3. มีความจำเป็นมาก-น้อยเพียงใดในการกวดวิชาเฉพาะ

ตอบ:1. ถูกต้อง

2. ไม่มี

3. ไม่จำเป็น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เข้าสอบ

ถาม:หากปีนี้นักเรียนพลาด (สอบไม่ติด) ไม่ทราบว่าถ้าจะสอบปีหน้าสามารถสอบตรงโครนงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2550

ถาม:จากสถิติ แต่ละปีมีผู้สมัครในโครงการ แพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม กี่คน

ตอบ:ปีการศึกษา 2548 จำนวนผู้สมัครโครงการรับตรง 2,181 คน

---------------------------

คำถาม-คำตอบ โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท

 

ถาม:ข้อผูกพันหรือเงื่อนไขในการสมัคร ขณะศึกษา และหลังจากจบหลักสูตร มีอะไรบ้างคะ

ตอบ:
1. เงื่อนไขในขณะศึกษาต้องเรียน ปี 1-3 ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ส่วนชั้นปีที่ 4-6 ต้องไปศึกษาที่ รพ.ศูนย์จันทบุรี หรือ รพ.ศูนย์ชลบุรี

2. หลังจบการศึกษาต้องใช้ทุนผูกพันกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นเวลา 3 ปี โดยกลับไปใช้ทุนในจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ถาม:
หลักสูตรโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท เป็นอย่างไร มีการสอบอย่างไร พอเรียนจบแล้วสามารถเลือกจังหวัดที่จะไปทำงานได้เองหรือมีการจัดให้ค่ะ และถ้าเราจะเรียนภาคใดภาคหนึ่งให้ลึก รู้จริง จะเลือกเรียนในชั้นใด และเรียนอย่างไร

ตอบ:
รับเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ของโครงการฯ สอบพร้อมกับทุก ๆ โครงการ พอเรียนจบแล้วต้องใช้ทุนกับกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้จัดสรรสถานที่ใช้ทุนให้

ถาม:
แพทย์ชนบทจะจัดเลือกประมาณวันที่เท่าไร ก่อนโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม หรือเปล่า และแพทย์ชนบทจะรู้ผลการคัดเลือกประมาณช่วงไหน

ตอบ:ทุกโครงการดำเนินการพร้อมกัน

ถาม:
คนที่ร่วมโครงการแพทย์ชนบท ต้องทั้งเรียนอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ และอยู่ที่จังหวัดนั้น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่าง

ตอบ:อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได โดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันสมัคร

ถาม:มี 15 จังหวัด แบ่งโควตาที่เหลือ 5 คนหรือไม่/ หรือจัดเรียงทั้ง 15 จังหวัด 1-20 โดยไม่มีโควต้า
ตอบ:โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ไม่มีโควตาแต่ละจังหวัด แต่ต้องมีคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาหรือเคยศึกษา (ตามเอกสารแผ่นพับ)

ถาม:หมายถึงคนที่มีสิทธิ์สอบต้องเป็นคนในพื้นที่หรือเปล่าค่ะ แล้วถ้าตอน ม.ต้น เคยเรียน ตจว. แล้ว ม.ปลายเรียน กทม. มีสิทธิ์สอบหรือเปล่า

ตอบ:
มีสิทธิ์ - หากเคยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือ เคยศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจากสถานศึกษาในเขตนั้นไม่น้อยกว่า 3 ปี

ถาม:นครนายก อยู่ในข่ายได้เข้าแพทย์จุฬาฯ และรวมถึงจังหวัดปทุมธานีด้วยรึเปล่า? เพราะปทุมธานีและนครนายกนั้นมีพื้นที่ติดต่อกัน

ตอบ:ไม่รวมปทุมธานี

ถาม:นักเรียนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน แต่นักเรียนมาศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่ กทม. โดยไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมา จะมีสิทธิ์เข้าโครงการหรือไม่

ตอบ:มีค่ะ

ถาม:มีหลักเกณฑ์และรายละเอียดอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากที่กล่าวในเอกสาร

ตอบ:รายละเอียดมีอยู่ในแผ่นพับ

ถาม:ขอความอนุเคราะห์อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการดังกล่าว

ตอบ:รายละเอียดมีอยู่ในแผ่นพับ

ถาม:โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ผู้สมัครไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในชนบท แต่อยู่ในพื้นที่ที่คณะแพทย์รับผิดชอบใช่หรือไม่

ตอบ:ดูคุณสมบัติจากแผ่นพับที่แจก

-----------------------

 

คำถาม-คำตอบ โครงการโอลิมปิกวิชาการ

 

ถาม:ถ้ามีโอลิมปิกวิชาการเกิน 5 คน จะพิจารณารับไหมครับ

ตอบ:ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:ถ้าชีวโอลิมปิกเกิน 5 คน แต่ไม่ถึง 12 คน ได้หรือเปล่า เห็นเมื่อก่อนได้ (รู้สึกปีนี้ ม.6 เยอะครับ)

ตอบ:ถ้าเกิน 5 คน ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:ทำไมรับแค่ 5 คนเองครับ น่าจะรับสัก 12 คน เพราะมีรอบ 12 คน แต่พอตัวแทนไปต่างประเทศมี 4 คน ไม่ใช่ 5 คนนะครับ (ตอนแรกได้ยินว่า 12 คน) อุตส่าห์เรียนตั้ง 2-3 เดือนนะครับ

ตอบ:หากเกิน 5 คน ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:
- มีการสอบเนื้อหาอย่างไร

- คิดคะแนนอย่างไร

ตอบ:ดูรายละเอียดได้จากแผนพับ

ถาม:เด็กเรียนโครงการ พสพ. เรียน ม.4 ม.5 ม.6 ใช้เวลาเรียน 2 ปี เข้าเรียนแพทย์จุฬาฯ โครงการโอลิมปิกชีว ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ถ้าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าค่ายฝึกอบรมเข้ม ครั้งที่ 2 ของ สสวท. และต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ถาม:ค่ายฝึกอบรมเข้ม ครั้งที่ 2 หมายถึงระดับไหน

ตอบ:ต้องสอบถามข้อมูลไปที่ สสวท. หมายเลข 0-2392-4021 ต่อ 2202-2207

ถาม:
1. ชีวโอลิมปิก จะทราบผลว่าเข้าแพทย์จุฬาฯ ได้ก่อนหรือหลังการสอบโครงการแพทย์จุฬา 200 คน

2. ชีวโอลิมปิก ต้องไม่เป็นผู้รับทุนโครงการอื่น ถามว่า ชีวโอลิมปิกได้ทุนเรียนแพทย์จุฬาใช่ไหม

3. ชีวโอลิมปิก ต้องสอบวิชาเฉพาะจุฬาฯ 25-26 ต.ค. 48 หรือไม่

ตอบ:
1. พร้อมกัน

2. ไม่ใช่

3. ต้องสอบ

ถาม:- ทำไมถึงโควตาโอลิมปิกให้เฉพาะวิชาชีววิทยา เพราะวิชาอื่นก็ทุ่มเทเสียเวลา และมีความคิดเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัว admission มากนัก ถึงแม้วิชาชีวเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่วิชาอื่นก็มีความสามารถเหมือนกัน แต่ไปทุ่มเทให้วิชาอื่นมากกว่า

- น่าจะรับนักเรียนโครงการโอลิมปิกวิชาการสายอื่นด้วย หากเด็กสมัครใจเรียน รวมถึงนักเรียนที่ได้รับทุน สวทช

ตอบ:คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มีแนวคิดที่จะให้นักเรียนได้สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติในสาขาที่ถนัด ในสาขาวิชาชีววิทยาจะเน้นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาแพทย์ ทังนี้หากสาขาอื่นสนใจที่จะเข้าศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ สามารถจะสมัครในโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม


-----------------------------


ถามตอบคำถามทั่วไป

ถาม:วิชาเฉพาะ 300 คะแนน จะเปลี่ยนจากปีที่แล้วหรือไม่ เพราะปีที่ผ่านมาเป็นข้อสอบแบบเปิดกว้างเกินไป คือตอบอะไรก็ได้แล้วแต่ความคิดแต่ละคน ซึ่งประเมินไม่ได้

ตอบ:ปรับเปลี่ยนบ้าง ขอบคุณสำหรับคำถาม ขอยืนยันว่าคณะกรรมการได้พิจารณากลั่นกรองข้อสอบโดยรอบคอบ & มีธงคำตอบชัดเจนในทุกข้อ

ถาม:
1. สอบวิชาเฉพาะกี่วันครับ หรือสอบทั้ง 2 วันครับ (25-26 ต.ค.) อยากทราบตารางสอบคร่าว ๆ ครับ

2. ระเบียบการการสอบเข้าจะออกประมาณวันที่เท่าไรครับ

ตอบ:
1. โปรดติดตามจากประกาศ / website ของมหาวิทยาลัย www.chula.ac.th

2. ประมาณปลายเดือนสิงหาคม ติดตามได้จาก website ของมหาวิทยาลัย

ถาม:
1. ข้อสอบวิชาเฉพาะนั้นนักเรียนต้องมีการวิเคราะห์ลึกมากไหม คือ ยากเกินวุฒิภาวะเด็ก ม.ปลายไหม

2. ใครเป็นผู้ออกข้อสอบแล้วใช้เกณฑ์อย่างไรในการให้คะแนน หรือชี้ผิดชี้ถูก

ตอบ:คณะกรรมการพัฒนาข้อสอบ เป็นผู้ดำเนินการ มีกระบวนการกลั่นกรองข้อสอบ และมีการจัดทำธงคำตอบไว้ล่วงหน้า

ถาม:สอบวิชาเฉพาะของทางคณะ ไม่ทราบว่าเป็นข้อสอบแนวไหน เหมือนข้อสอบความถนัดไหม

ใช้ sense เอาก็ได้ใช่ไหมคะ?

ตอบ:เป็นข้อสอบแนวไหนได้อธิบายแล้ว / เหมือนข้อสอบความถนัดไหม : อาจมีส่วนคล้ายคลึงบ้างถ้าเป็นความถนัดทางการแพทย์ / ใช้ sense เอาก็ได้ใช่ไหม : ไม่น่าจะได้ คงต้องมีสติปัญญาประกอบด้วย

ถาม:
1. ข้อจำกัดในวิชาชีพแพทย์ หรือ การเรียนแพทย์เฉพาะทาง เช่น ทราบว่าในการเรียนแพทย์เฉพาะทางบางสาขา มีการจำกัดส่วนสูง ข้อจำกัดอื่น ๆ มีหรือไม่ จะได้ไม่เลือกเรียนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

2. ในการ Admission ตรง โครงการดังกล่าว มีประกาศคะแนนวิชาเฉพาะให้ทราบก่อนสมัครสอบ O-net / A-net หรือไม่

ตอบ:
1. สอบถามจากราชวิทยาลัยเฉพาะสาขา

2. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม
:
1. สอบเข้าแพทย์จุฬาฯ จำเป็นต้องเข้าค่ายอยากเป็นหมอไหม? จะเป็นแนวทางของข้อสอบหรือไม่

2. ประกาศผลสอบเฉพาะเมื่อไร

ตอบ:
1. ไม่จำเป็น

2. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:มีแนวข้อสอบเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมแพทย์ที่จะใช้สอบเป็นวิชาเฉพาะในวันที่ 25-26 ตุลาคม เผยแพร่หรือไม่

ตอบ:ไม่มีเผยแพร่

ถาม:การสอบตรงนั้นสอบเมื่อไหร่ สอบได้กี่คณะ

ตอบ:ติดตามจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. มีการ limit จำนวนนักเรียนที่จะผ่านเข้ามาสอบสัมภาษณ์หรือไม่ ถ้ามีจำนวนเท่าใด

2. มีการจำกัดเพศในการผ่านเข้ามารับการสัมภาษณ์และการเข้ามาเป็นนิสิตแพทย์หรือไม่

ตอบ:
1. ประมาณ 350 คน

2. ไม่มี

ถาม:จำกัดน้ำหนักตัวของผู้สมัครสอบไหมคะ ต้องไม่น้อยกว่าและไม่เกินเท่าไรคะ

ตอบ:ไม่มีกำหนดไว้

ถาม:คนอ้วนเรียนแพทย์ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ หากคณะกรรมการเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาแลการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ถาม:O-NET/A-NET จะใช้แค่ grade เฉลี่ย 4 เทอมได้รึเปล่าคะ

ตอบ:โปรดสอบถามข้อมูล ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) (Call Center) หมายเลข 0-2576-5777, 0-2576-5555 หรือดู website www.cuas.or.th

ถาม:กำหนด GPA ในการรับสมัคร หรือเปล่าค่ะ ว่าจะต้องเป็น 3.00 เท่านั้นถึงจะสมัคร

ตอบ:ไม่กำหนดค่ะ

ถาม:อยากทราบว่าปีนี้นิสิตที่รับไป น้ำหนักและส่วนสูงประมาณเท่าไร

ตอบ:น้ำหนักและส่วนสูงตามมาตรฐานเฉลี่ยของเด็กไทย

ถาม:ถ้าได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 3.50 จะมีสิทธิเรียนคณะแพทย์ไหมค่ะ

ตอบ:คณะแพทย์ จุฬาฯ ไม่มีข้อกำหนดเรื่อง GPAX

ถาม
:
อาจารย์คะ ลูกเข้าค่ายโอลิมปิก แต่เป็นสาขาเคมี จะสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างค่ะ

ตอบ:สมัครโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ได้ หรือ สมัครโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนแพทย์ / โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ได้ หากมีภูมิลำเนาตามที่แจ้งในแผ่นพับ แต่ไม่สามารถสมัครโครงการโอลิมปิกวิชาการ(ชีววิทยา) ได้

ถาม:
1. โครงการ สอวน รับพิจารณาหรือเปล่า

2. เรนาโต้คืออะไร

ตอบ:
1. ไม่รับ

2. ศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ถาม
:
จะเปิดขายใบสมัครและรับสมัครเมื่อไร

ตอบ:กรุณาศึกษาจากแผ่นพับที่แจกให้

ถาม:ทะเลอะไรมี 4 สี

ตอบ:ไม่ทราบค่ะ

ถาม:ไม่ถามครับ แต่ตลกดี

ตอบ:ก็ไม่ตอบค่ะ

ถาม:จากที่ท่านอาจารย์บอกว่ามีห้องพักผ่อน สำหรับนักศึกษาแพทย์เช่น ห้องดูภาพยนตร์ ห้องออกกำลังกาย อยากทราบว่า “มีห้องคาราโอเกะ ไว้ให้นักศึกษาแพทย์คลายเครียดโดยใช้เสียงดนตรีหรือเปล่าครับ

ตอบ:ไม่มีค่ะ

ถาม:ค่าเทอม ๆ ละเท่าไหร่? หน่วยกิตละเท่าใด? ค่ะ

ตอบ:ค่าเล่าเรียน ภาคต้น/ปลาย ภาคละ 16,000 ภาคฤดูร้อน 4,000

ถาม:ในการเรียนภาคปฏิบัตินั้นจะต้องเรียนอย่างไรบ้าง เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง และถ้าผู้สมัครคณะแพทย์นั้นมีใจรักที่จะเรียนคณะแพทย์อย่างมาก แต่ด้าน IQ ของผู้สมัครนั้นอยู่ในระดับปานกลาง อยากทราบว่าจะเรียนคณะแพทย์ได้ไหมค่ะ

ตอบ:ขอให้หาข้อมูลจากงานจุฬาฯ วิชาการ / Open house คณะแพทยศาสตร์ 23-26 พ.ย. 2548และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะมีสิทธิเข้าเรียนแพทย์

ถาม:
1. มีโครงการผลิตครูหมอหรือเปล่า (ภาควิชามหกายวิภาคศาสตร์)

2. ต้องวางเงินมัดจำแรกเริ่มเท่าไหร่

ตอบ:
1. ยังไม่มีในปีการศึกษา 2549

2. ไม่เคยมีการวางเงินมัดจำเพื่อการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ถาม:ความโปร่งใสในการให้คะแนนวิชาเฉพาะ + สอบสัมภาษณ์ โดยเฉพาะสุขภาพจิต ข้อเขียน สภาวะอารมณ์ แต่ละบุคคล และแต่ละวัย

ตอบ:บุคคลที่มีข้อสงสัยขอตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ ผ่านคณะกรรมการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะแพทยศาสตร์ ภายในเวลาที่กำหนด

ถาม:
1. แนวตัวอย่างข้อสอบวิชาเฉพาะ คณะแพทย์มีตัวอย่างให้น้องหรือไม่ครับ หรือมีตัวอย่างข้อสอบจำหน่ายหรือเปล่า

2. เข้าจุฬาฯ ยาก แต่หาหอพักใกล้จุฬาฯ ยากกว่า ทางคณะแพทย์ได้เตรียมช่วยเหลือเรื่องที่พักไว้บ้างหรือไม่ (เพียงพอหรือไม่)

3. ระบบเส้นสาย เจ้าขุนมูลนาย หมดไปหรือยังครับ (ถ้ามีเส้นสายบอกผมด้วย)

ตอบ:
1. ไม่มี

2. ขอยืนยันว่า ปี 4-6 นิสิตแพทย์ทุกคนจะได้อยู่หอพัก

3. ไม่เคยมี

ถาม:
1. โรคอะไรบ้างค่ะที่ไม่รับเข้าแพทยศาสตร์

2. แล้วถ้าเป็นโรคหัวใจแต่ไม่รุนแรง แล้วก็รักษาตัวอยู่ รพ.จุฬาฯ จะพอมีโอกาสไหมค่ะ (โรคหัวใจรุนแรงนี่มันถึงขั้นไหน (พบหมอทุก 6 เดือน ทานยาเช้า-เย็น ก่อนอาหาร ยาสีม่วง รักษามาประมาณ 9 ปีได้แล้วมั้งค่ะ) ค่ะจึงเรียกว่ารุนแรง)

ตอบ:
1. ดูตามประกาศของจุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ความรุนแรงคือ คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ

ถาม:เรียนแพทย์มีการ retired รึเปล่าค่ะ

ตอบ:มีค่ะ

ถาม:เมื่อสอบวิชาเฉพาะวันที่ 25-26 ต.ค. 2548 แล้วจะประกาศให้ทราบผลเมื่อไรค่ะ จะวัดผลสัมฤทธิ์ว่ามีโอกาสเข้ามาศึกษาต่อได้เลยหรือไม่ (โดยแทบไม่ต้องรอผล O-NET/A-NET)?

หมายเหตุ : ถ้านักเรียนคาดหวังจะเป็นนิสิตจุฬาฯ ซึ่งตั้งความหวังไว้ที่คณะแพทย์ แต่ก็สำรองไว้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยสมัครสอบวิชาเฉพาะความถนัดทางวิศวะ กับ สกอ. ซึ่งจะสอบใกล้ ๆ กับวันสอบวิชาเฉพาะของคณะแพทย์ และยังติดเข้าค่ายโอลิมปิกเดือน ต.ค. อีกด้วย อย่างนี้จะได้ผลสัมฤทธิ์ จริง ๆ หรือไม่

ตอบ:
การประกาศผลสามารถติดตามได้จาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.thจะวัดผลสัมฤทธิ์ว่ามีโอกาสเข้ามาศึกต่อได้เลยหรือไม่ ขอตอบว่าไม่ได้

น่าจะอยู่ที่ว่าแสดงศักยภาพในการเข้าศึกษาได้มากน้อยเพียงใดจากผลการทดสอบ

ถาม:จะคัดเลือกโดยดูจากคะแนน O-NET หรือ A-NE เป็นหลักค่ะ แล้วถ้าค่า GPA ไม่ตรงตามคุณสมบัติแต่คะแนน O-NET กับ A-NET ผ่านเกณฑ์จะสามารถเข้าได้ไหมค่ะ อยากรู้ว่าจริงแล้วคณะแพทย์เค้าเรียนหนักกันมากแค่ไหนค่ะ

ตอบ:
- คณะแพทยศาสตร์ไม่มีเกณฑ์ GPA

- เรียน 236 หน่วยกิต 6 ปีการศึกษา

ถาม:แนวข้อสอบที่ทางจุฬาฯ จะสอบ คะแนนทาง O-net, A-net จะได้มาตรฐานเหมือนเดิมหรือ ได้ข่าวว่าข้อสอบออกโดยใครก็ได้ ที่จะส่งข้อสอบเข้า internet จะเป็นครู ม.ปลาย หรือ นร.ก็ได้ อย่างนี้จะมีความเป็นโรรมและมาตรฐานหรือ

ตอบ:เป็นนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โปรดติดต่อสอบถามโดยตรงจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ถาม:ต้องได้คะแนน O-NET, A-NET อย่างต่ำเท่าไร

ตอบ:ดูได้จากแผ่นพับ

ถาม:อยากทราบว่าแบบทดสอบสุขภาพจิตคิดรวมใน 30%?

ตอบ:ไม่รวม แต่ใช้ประกอบการสัมภาษณ์

ถาม:การสอบ O-NET, A-NET มีครั้งเดียวใช่ไหม ปีนี้เสียเปรียบ เพราะ apply คะแนนได้ครั้งเดียว

ตอบ:สอบถามข้อมูลไปที่ สกอ. ซึ่งได้เปิดให้บริการศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (Call Center)

หมายเลข 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:โครงการนี้ จำเป็นต้องผ่านค่ายต่าง ๆ ของคณะแพทยศาสตร์ หรือไม่ ถ้าจำเป็นมีค่ายใดบ้าง

ตอบ:ไม่จำเป็นค่ำ

ถาม:การ Admission ตรง กำหนดเกรดเฉลี่ยไหมคะ

ตอบ:คณะแพทย์ ไม่กำหนด

ถาม:จำกัดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำในการสอบไหม

ตอบ:ไม่จำกัด

ถาม:จะรู้คะแนนวิชาเฉพาะหรือไม่? และเมื่อไร? และประกาศคะแนนอย่างไร? จะประกาศผู้ที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์เมื่อไร? และจำนวนกี่คน? หากมีผู้ตกสอบสัมภาษณ์ จุฬาฯ จะเรียกนักศึกษาเพิ่มแทนผู้ที่ตกสัมภาษณ์หรือไม่ และอย่างไร?

ตอบ:จะประกาศผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ ประมาณ 350 คน /หากมีผู้ตอสอบสัมภาษณ์จุฬาฯ จะเรียกนักศึกษาเพิ่มแทนผู้ที่ตกสัมภาษณ์หรือไม่ ขอตอบว่า ไม่เรียกเพิ่มส่วนคำถามอื่น โปรดติดตามประกาศจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:การเลือกเข้าโครงการแพทย์จุฬาฯ แบบ Admission ตรงนั้น ต้องรอผลสอบ O-NET & A-NET จาก สทศ ก่อนหรือไม่

ตอบ:ต้องสอบ

ถาม:ขอทราบรายละเอียด การรับนิสิตแพทย์โดยโครงการโอลิมปิกชีววิทยา ว่าต้องสอบคัดเลือกเฉพาะกลุ่มนี้ใช่หรือไม่ ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง สอบเมื่อใด สมัครวันที่เท่าใด

ตอบ:ต้องสอบพร้อมกันทุก ๆ โครงการ

ถาม:โครงการแพทย์จุฬา รอบรู้คู่คุณธรรม เรียนเหมือนกับโครงการโอลิมปิกวิชาการหรือเปล่า

ตอบ:เหมือนกัน

ถาม:ข้อสอบข้อเขียนถ้าลายมือไม่สวยจะมีผลไหมค่ะ (ลายมือประมาณเนี้ยค่ะ)

ตอบ:ถ้าถึงขนาดอ่านไม่ออก คงจะมีผล เท่าที่เขียนมาพออ่านได้

ถาม:สอบตรงของแพทย์ จะมีวิชาการร่วมด้วยไหม? เช่น การแต่งความ

ตอบ:วิชาการ อยู่ใน O-NET และ A-NETการแต่งความ บางส่วนอยู่ในทดสอบสุขภาพจิต

ถาม:
1.คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครคณะแพทย์จุฬาฯ มีอะไรบ้าง

2. และต้องใช้เกรดเฉลี่ยเป็นเกณฑ์ในการสมัครหรือเปล่าค่ะ

3. และอยากทราบ มหาวิทยาลัยทางด้านการแพทย์และชีวภาพอันดับ 1 นั้นคือประเทศอะไร

ค่ะ และมหาวิทยาลัยอะไร

ตอบ:
1. คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร ติดตามทางประกาศของจุฬาฯ website www.chula.ac.th

2. ไม่ใช้

3. กรุณาค้นจาก website ที่สนใจ เนื่องจากมีการจัดลำดับจากหลายองค์กร

ถาม:A-Net คือ เลข 2 เดิมหรือเปล่าค่ะ

ตอบ:A-NET คือ Advance National Education Test ซึ่งสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เป็นผู้จัดสอบ มีทั้งหมด 5 รายวิชา ให้เลือกสาขาละ 3 รายวิชา ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เลือกวิชา วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

ถาม:ถ้าสอบเข้าคณะทันตแพทย์, สหเวชศาสตร์, เภสัชศาสตร์, ฯ แล้วอยากเรียนหมอสอบใหม่ได้มั้ยครับ

ตอบ:ได้ ถ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับสาขาวิชาที่เรียนอยู่ และมีความเหมาะสมกับวิชาแพทย์มากกว่า

ถาม:มีการพิจารณาในส่วนของ Port Folio ไหมคะ

ตอบ:ไม่ได้กำหนด นักเรียนสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการสัมภาษณ์

ถาม:ข้อสอบวัดความสามารถจะคล้าย ๆ กับการวัดความเป็นครู?

ตอบ:ไม่ใช่ เป็นการวัดศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแพทย์

ถาม ก่อนสอบสัมภาษณ์รับกี่คนค่ะ (สอบข้อเขียน)

ตอบ:คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ไม่เกิน 350 คน

ถาม:อยากทราบรายละเอียด เนื้อหาของวิชาที่สอบ ทั้ง A-Net/O-Net โดยเฉพาะวิชาเฉพาะ 3 วิชาของคณะแพทย์ จะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง เพราะงง มาก ๆ

ตอบ:ข้อสอบ A-NET, O-NET จัดสอบโดยสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ กรุณาสอบถามจาก

www.cuas.or.th หรือ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:ข้อสอบวิทยาศาสตร์ของ สกอ. ใน O-net และ A-net จะมีการแบ่งน้ำหนักของรายวิชา เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา อย่างไรบ้าง ตัวข้อสอบจะเน้นไปที่วิชาจำเป็นสำหรับแต่ละคณะหรือเปล่า หรือทุกคณะสอบเหมือนกันหมด

ตอบ:ข้อสอบเป็นของศูนย์ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งทุกคนจะต้องสอบเหมือน ๆ กันหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:วิทยาศาสตร์ รวมทั้ง 3 รายวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แบ่งสอบแต่ละวิชาเท่า ๆ กันใช่มั้ยค่ะ หรือมีข้อสอบชีววิทยามากที่สุด

ตอบ:ข้อสอบความรู้ทางวิชาการออกโดย ศูนย์ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ โปรดสอบถามรายละเอียดจาก www.cuas.or.th หรือ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม
:
1. จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คิดว่านักเรียนโรงเรียนนานาชาติ มีสิทธิ์สอบติดแพทย์จุฬาฯ กี่เปอร์เซ็นต์

2. ทางคณะมีการพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนนานาชาติหรือไม่

ตอบ:
1. มีน้อยมาก ไม่เกิน 1 คน

2. ไม่มี

ถาม:
1. วิทยาศาสตร์ (05) มีวิชาอะไรย่อย ๆ บ้าง

2. กลุ่มสาระ A-Net Eng 2 (13), Match 2 (14), Science 2 (15) คือยังไง

ตอบ:
1. เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์

2. ถ้าจะเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ต้องเลือกสอบ 3 กลุ่มสาระนี้

ถาม:หากเรียนจบหลักสูตรนานาชาติ (ภาษาอังกฤษ) จะสามารถเข้าร่วมโครงการจุฬาฯ-ภูมิพลฯ ได้หรือไม่

ตอบ:สอบถามข้อมูลจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. ตามที่คณะแพทย์ ไม่นำ GPA และ GPAX มาคิด หมายถึงไม่เอามารวมเป็นคะแนนและไม่พิจารณา GPA แต่ละภาคเรียนเลยใช่หรือไม่ อย่างไรค่ะ

2. แล้วที่หอประชมจุฬาฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ชี้แจงว่าไม่มีผู้มาสมัครได้ GPA ต่ำกว่า 3.7 มาสมัคร แต่ทำไมในหนังสือพิมพ์ถึงลงว่าต้องได้ GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.5 แท้จริงเป็นอย่างไรค่ะ

ตอบ:
1. ถูกต้อง

2. ผู้สอบได้มากกว่า 95% GPAX ? 3.7 ที่สอบได้น้อยกว่า 3.7 แล้วเข้าได้มีเพียง 2 โรงเรียน คือ เตรียมอุดม และเซ็นคาร์เบรียล

ถาม:ปีที่แล้ว สอบตรงของแพทย์จุฬาฯ ออกข้อสอบ “สำนวนภาษาอังกฤษ” ถามว่า ปีนี้จะมีสอบตรงเป็นสำนวนภาษาอังกฤษด้วยหรือเปล่า?

ตอบ:ขอยืนยันว่า ข้อสอบของจุฬาฯ ปีที่แล้วไม่มีลักษณะดังกล่าว / คณะกรรมการฯ ยังไม่ได้นำส่งข้อสอบ

ถาม:คณะกรรมการที่ตรวจข้อสอบ 8 คน ประกอบด้วยแพทย์สาขาอะไรบ้าง

ตอบ:คณะกรรมการตรวจข้อสอบมีมากกว่านี้ ไม่ได้จัดคณะกรรมการโดยพิจารณาจากสาขา

ถาม:อยากทราบเกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ การตรวจสุขภาพ การวัดตาบอดสีว่าในระดับใดที่จะรับพิจารณา และในระดับใดไม่รับพิจารณา, การประกาศผลสัมภาษณ์เมื่อใด

ตอบ:เกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ global rating scale ? 3 / ผ่านเกณฑ์สุขภาพกายและจิต /การวัดตาบอดสี ตามประกาศ /การประกาศผลสัมภาษณ์ ติดตามประกาศจาก www.chula.ac.th

ถาม:การสอบสัมภาษณ์ขอทราบลักษณะข้อสอบวิชาเฉพาะที่สอบ 25-26 ตค.48 สิ่งที่อยากฟังมากคือ จะเข้าเป็นนิสิตแพทย์ได้อย่างไร แต่ที่พูดมา 2 ชั่วโมงคือแนะนำการเรียนแนะนำมหาวิทยาลัย และควรจะพูดเมื่อสอบได้แล้ว

ตอบ:ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ การแนะนำนั้นเป็นการให้ข้อมูลว่า การเรียนแพทย์เป็นอย่างไร การเรียนแพทย์จุฬาฯ เป็นอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจสมัครสอบคัดเลือก

ถาม:
1. ประกาศผลสอบวิชาเฉพาะก่อนหรือไม่?

2. กำหนดคะแนนขั้นต่ำหรือไม่ว่าต้องได้เท่าไรขึ้นไปถึงยื่นสมัครได้ (พร้อม O-Net/A-Net ซึ่ง

กำหนดไว้ 35% ขึ้นไป (กำหนดจำนวนหรือไม่)

ตอบ:
1. ประกาศผลสอบติดตามได้จาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ไม่ได้กำหนด

ถาม:แนวข้อสอบ O-Net/A-Net เป็นอย่างไร จะน่าเชื่อถือได้เหมือน ข้อสอบ Entrance เดิมหรือไม่

ตอบ:เป็นนโยบายของ สกอ. , ติดตามสอบถามจาก สกอ.

ถาม:การสอบวิชาเฉพาะในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2548 จะประกาศผลคะแนนก่อนรู้ผลสอบ O-Net และ A-Net หรือไม่

ตอบ:ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. วันที่ 1-30/5/48 สมัครผ่านอะไรค่ะ

2. วิชาเฉพาะจะมีการประกาศคะแนนไหมค่ะ และทุกคนมีสิทธิ์สอบ O-Net, A-Net ใช่ไหมคะ

ตอบ:
1. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ถูกต้อง

ถาม:
1. อยากทราบวิธีการรับแพทย์นานาชาติ โดยละเอียด ไดจากที่ใดค่ะ คุณแม่ของนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ ชั้น ม.ปลาย

2. ค่าใช้จ่ายแพงมากไหมค่ะ กรุณาตอบมาทาง E-mail ก็ได้ค่ะที่ parsuki@hotmail.com

ตอบ:ยังไม่มีโครงการรับแพทย์นานาชาติ ในปี 2549

ถาม:การเรียนในคณะแพทย์นั้น จะมีการเรียนการสอนวิชาและหลักสูตรอะไรบ้าง และเรียนทั้งหมดกี่หน่วยกิต ผู้ที่เรียนนั้นจะต้องเรียนให้ได้ GPA เท่าไรถึงจะไม่ถูกรีไทส์

ตอบ:มีการเรียนการสอน 86 รายวิชา 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต

เรียนทั้งหมด 236 หน่วยกิต /และผู้เรียนจะต้องเรียนเท่าไรถึงจะไม่ถูกรีไทส์การพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต

นิสิตจะพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต ในกรณีดังต่อไปนี้

- เมื่อมีการจำแนกสภาพนิสิต และได้แต้มเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50

- เมื่อเป็นนิสิตสภาพวิทยาทัณฑ์ที่มีแต้มเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.80 สองภาคการศึกษาที่มีการ

จำแนกสภาพนิสิตต่อเนื่องกัน

- เมื่อเป็นนิสิตสภาพวิทยาทัณฑ์ 4 ภาคการศึกษาที่มีการจำแนกสภาพนิสิตต่อเนื่องกันแล้ว

ยังไม่พ้นสภาพวิทยาทัณฑ์

- เมื่อมีระยะเวลาการศึกษาครบ 16 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่า สำหรับหลักสูตร 4 ปี หรือ

20 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่าสำหรับหลักสูตร 5 ปี หรือ 24 ภาคการศึกษา หรือเทียบเท่า

สำหรับหลักสูตร 6 ปี แล้วยังมีจำนวนหน่วยกิตสอบได้ไม่ครบตามหลักสูตร หรือได้แต้มเฉลี่ย

สะสมต่ำกว่า 2.00

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยวิธี Admission ตรง ปีการศึกษา 2549

 

โครงการแพทย์จุฬาฯรอบรู้คู่คุณธรรม

ถาม:อยากทราบรายละเอียดของโครงการนี้ค่ะ (ขอแบบละเอียดเลยนะคะ)

ตอบ:ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:เข้าใจว่าเป็นการสอบ Admission ตรงเท่านั้น และ Admission กลาง จะมีการเปิดรับสมัครโครงการแพทย์จุฬาฯ หรือไม่

ตอบ:ไม่มี

ถาม:มี GPA ขั้นต่ำหรือเปล่าครับ ถ้ามีอยากทราบว่าเท่าไรครับ (GPA ขั้นต่ำในการสมัครนะครับ)

ตอบ:ไม่มี

ถาม: โครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ในปี 50 มีโอกาสที่จะรับเพิ่มอีกหรือเปล่าค่ะ (มากกว่า 200 คน)

ตอบ:ไม่มี

ถาม
1. เกณฑ์ในการรับแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม 200 คน คืออะไร (ตามคะแนนสูงสุดหรือคะ)

2. วิชาเฉพาะมีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำไหมคะ

3. มีความจำเป็นมาก-น้อยเพียงใดในการกวดวิชาเฉพาะ

ตอบ:1. ถูกต้อง

2. ไม่มี

3. ไม่จำเป็น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เข้าสอบ

ถาม:หากปีนี้นักเรียนพลาด (สอบไม่ติด) ไม่ทราบว่าถ้าจะสอบปีหน้าสามารถสอบตรงโครนงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2550

ถาม:จากสถิติ แต่ละปีมีผู้สมัครในโครงการ แพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม กี่คน

ตอบ:ปีการศึกษา 2548 จำนวนผู้สมัครโครงการรับตรง 2,181 คน

---------------------------

คำถาม-คำตอบ โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท

 

ถาม:ข้อผูกพันหรือเงื่อนไขในการสมัคร ขณะศึกษา และหลังจากจบหลักสูตร มีอะไรบ้างคะ

ตอบ:
1. เงื่อนไขในขณะศึกษาต้องเรียน ปี 1-3 ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ส่วนชั้นปีที่ 4-6 ต้องไปศึกษาที่ รพ.ศูนย์จันทบุรี หรือ รพ.ศูนย์ชลบุรี

2. หลังจบการศึกษาต้องใช้ทุนผูกพันกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นเวลา 3 ปี โดยกลับไปใช้ทุนในจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

ถาม:
หลักสูตรโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท เป็นอย่างไร มีการสอบอย่างไร พอเรียนจบแล้วสามารถเลือกจังหวัดที่จะไปทำงานได้เองหรือมีการจัดให้ค่ะ และถ้าเราจะเรียนภาคใดภาคหนึ่งให้ลึก รู้จริง จะเลือกเรียนในชั้นใด และเรียนอย่างไร

ตอบ:
รับเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ของโครงการฯ สอบพร้อมกับทุก ๆ โครงการ พอเรียนจบแล้วต้องใช้ทุนกับกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้จัดสรรสถานที่ใช้ทุนให้

ถาม:
แพทย์ชนบทจะจัดเลือกประมาณวันที่เท่าไร ก่อนโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม หรือเปล่า และแพทย์ชนบทจะรู้ผลการคัดเลือกประมาณช่วงไหน

ตอบ:ทุกโครงการดำเนินการพร้อมกัน

ถาม:
คนที่ร่วมโครงการแพทย์ชนบท ต้องทั้งเรียนอยู่ในจังหวัดนั้น ๆ และอยู่ที่จังหวัดนั้น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 2 อย่าง

ตอบ:อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได โดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันสมัคร

ถาม:มี 15 จังหวัด แบ่งโควตาที่เหลือ 5 คนหรือไม่/ หรือจัดเรียงทั้ง 15 จังหวัด 1-20 โดยไม่มีโควต้า
ตอบ:โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ไม่มีโควตาแต่ละจังหวัด แต่ต้องมีคุณสมบัติเรื่องภูมิลำเนาหรือเคยศึกษา (ตามเอกสารแผ่นพับ)

ถาม:หมายถึงคนที่มีสิทธิ์สอบต้องเป็นคนในพื้นที่หรือเปล่าค่ะ แล้วถ้าตอน ม.ต้น เคยเรียน ตจว. แล้ว ม.ปลายเรียน กทม. มีสิทธิ์สอบหรือเปล่า

ตอบ:
มีสิทธิ์ - หากเคยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือ เคยศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจากสถานศึกษาในเขตนั้นไม่น้อยกว่า 3 ปี

ถาม:นครนายก อยู่ในข่ายได้เข้าแพทย์จุฬาฯ และรวมถึงจังหวัดปทุมธานีด้วยรึเปล่า? เพราะปทุมธานีและนครนายกนั้นมีพื้นที่ติดต่อกัน

ตอบ:ไม่รวมปทุมธานี

ถาม:นักเรียนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน แต่นักเรียนมาศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่ กทม. โดยไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมา จะมีสิทธิ์เข้าโครงการหรือไม่

ตอบ:มีค่ะ

ถาม:มีหลักเกณฑ์และรายละเอียดอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากที่กล่าวในเอกสาร

ตอบ:รายละเอียดมีอยู่ในแผ่นพับ

ถาม:ขอความอนุเคราะห์อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการดังกล่าว

ตอบ:รายละเอียดมีอยู่ในแผ่นพับ

ถาม:โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ผู้สมัครไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในชนบท แต่อยู่ในพื้นที่ที่คณะแพทย์รับผิดชอบใช่หรือไม่

ตอบ:ดูคุณสมบัติจากแผ่นพับที่แจก

-----------------------

 

คำถาม-คำตอบ โครงการโอลิมปิกวิชาการ

 

ถาม:ถ้ามีโอลิมปิกวิชาการเกิน 5 คน จะพิจารณารับไหมครับ

ตอบ:ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:ถ้าชีวโอลิมปิกเกิน 5 คน แต่ไม่ถึง 12 คน ได้หรือเปล่า เห็นเมื่อก่อนได้ (รู้สึกปีนี้ ม.6 เยอะครับ)

ตอบ:ถ้าเกิน 5 คน ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:ทำไมรับแค่ 5 คนเองครับ น่าจะรับสัก 12 คน เพราะมีรอบ 12 คน แต่พอตัวแทนไปต่างประเทศมี 4 คน ไม่ใช่ 5 คนนะครับ (ตอนแรกได้ยินว่า 12 คน) อุตส่าห์เรียนตั้ง 2-3 เดือนนะครับ

ตอบ:หากเกิน 5 คน ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ถาม:
- มีการสอบเนื้อหาอย่างไร

- คิดคะแนนอย่างไร

ตอบ:ดูรายละเอียดได้จากแผนพับ

ถาม:เด็กเรียนโครงการ พสพ. เรียน ม.4 ม.5 ม.6 ใช้เวลาเรียน 2 ปี เข้าเรียนแพทย์จุฬาฯ โครงการโอลิมปิกชีว ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ถ้าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าค่ายฝึกอบรมเข้ม ครั้งที่ 2 ของ สสวท. และต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ถาม:ค่ายฝึกอบรมเข้ม ครั้งที่ 2 หมายถึงระดับไหน

ตอบ:ต้องสอบถามข้อมูลไปที่ สสวท. หมายเลข 0-2392-4021 ต่อ 2202-2207

ถาม:
1. ชีวโอลิมปิก จะทราบผลว่าเข้าแพทย์จุฬาฯ ได้ก่อนหรือหลังการสอบโครงการแพทย์จุฬา 200 คน

2. ชีวโอลิมปิก ต้องไม่เป็นผู้รับทุนโครงการอื่น ถามว่า ชีวโอลิมปิกได้ทุนเรียนแพทย์จุฬาใช่ไหม

3. ชีวโอลิมปิก ต้องสอบวิชาเฉพาะจุฬาฯ 25-26 ต.ค. 48 หรือไม่

ตอบ:
1. พร้อมกัน

2. ไม่ใช่

3. ต้องสอบ

ถาม:- ทำไมถึงโควตาโอลิมปิกให้เฉพาะวิชาชีววิทยา เพราะวิชาอื่นก็ทุ่มเทเสียเวลา และมีความคิดเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัว admission มากนัก ถึงแม้วิชาชีวเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่วิชาอื่นก็มีความสามารถเหมือนกัน แต่ไปทุ่มเทให้วิชาอื่นมากกว่า

- น่าจะรับนักเรียนโครงการโอลิมปิกวิชาการสายอื่นด้วย หากเด็กสมัครใจเรียน รวมถึงนักเรียนที่ได้รับทุน สวทช

ตอบ:คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มีแนวคิดที่จะให้นักเรียนได้สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติในสาขาที่ถนัด ในสาขาวิชาชีววิทยาจะเน้นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาแพทย์ ทังนี้หากสาขาอื่นสนใจที่จะเข้าศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ สามารถจะสมัครในโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม


-----------------------------


ถามตอบคำถามทั่วไป

ถาม:วิชาเฉพาะ 300 คะแนน จะเปลี่ยนจากปีที่แล้วหรือไม่ เพราะปีที่ผ่านมาเป็นข้อสอบแบบเปิดกว้างเกินไป คือตอบอะไรก็ได้แล้วแต่ความคิดแต่ละคน ซึ่งประเมินไม่ได้

ตอบ:ปรับเปลี่ยนบ้าง ขอบคุณสำหรับคำถาม ขอยืนยันว่าคณะกรรมการได้พิจารณากลั่นกรองข้อสอบโดยรอบคอบ & มีธงคำตอบชัดเจนในทุกข้อ

ถาม:
1. สอบวิชาเฉพาะกี่วันครับ หรือสอบทั้ง 2 วันครับ (25-26 ต.ค.) อยากทราบตารางสอบคร่าว ๆ ครับ

2. ระเบียบการการสอบเข้าจะออกประมาณวันที่เท่าไรครับ

ตอบ:
1. โปรดติดตามจากประกาศ / website ของมหาวิทยาลัย www.chula.ac.th

2. ประมาณปลายเดือนสิงหาคม ติดตามได้จาก website ของมหาวิทยาลัย

ถาม:
1. ข้อสอบวิชาเฉพาะนั้นนักเรียนต้องมีการวิเคราะห์ลึกมากไหม คือ ยากเกินวุฒิภาวะเด็ก ม.ปลายไหม

2. ใครเป็นผู้ออกข้อสอบแล้วใช้เกณฑ์อย่างไรในการให้คะแนน หรือชี้ผิดชี้ถูก

ตอบ:คณะกรรมการพัฒนาข้อสอบ เป็นผู้ดำเนินการ มีกระบวนการกลั่นกรองข้อสอบ และมีการจัดทำธงคำตอบไว้ล่วงหน้า

ถาม:สอบวิชาเฉพาะของทางคณะ ไม่ทราบว่าเป็นข้อสอบแนวไหน เหมือนข้อสอบความถนัดไหม

ใช้ sense เอาก็ได้ใช่ไหมคะ?

ตอบ:เป็นข้อสอบแนวไหนได้อธิบายแล้ว / เหมือนข้อสอบความถนัดไหม : อาจมีส่วนคล้ายคลึงบ้างถ้าเป็นความถนัดทางการแพทย์ / ใช้ sense เอาก็ได้ใช่ไหม : ไม่น่าจะได้ คงต้องมีสติปัญญาประกอบด้วย

ถาม:
1. ข้อจำกัดในวิชาชีพแพทย์ หรือ การเรียนแพทย์เฉพาะทาง เช่น ทราบว่าในการเรียนแพทย์เฉพาะทางบางสาขา มีการจำกัดส่วนสูง ข้อจำกัดอื่น ๆ มีหรือไม่ จะได้ไม่เลือกเรียนโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

2. ในการ Admission ตรง โครงการดังกล่าว มีประกาศคะแนนวิชาเฉพาะให้ทราบก่อนสมัครสอบ O-net / A-net หรือไม่

ตอบ:
1. สอบถามจากราชวิทยาลัยเฉพาะสาขา

2. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม
:
1. สอบเข้าแพทย์จุฬาฯ จำเป็นต้องเข้าค่ายอยากเป็นหมอไหม? จะเป็นแนวทางของข้อสอบหรือไม่

2. ประกาศผลสอบเฉพาะเมื่อไร

ตอบ:
1. ไม่จำเป็น

2. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:มีแนวข้อสอบเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมแพทย์ที่จะใช้สอบเป็นวิชาเฉพาะในวันที่ 25-26 ตุลาคม เผยแพร่หรือไม่

ตอบ:ไม่มีเผยแพร่

ถาม:การสอบตรงนั้นสอบเมื่อไหร่ สอบได้กี่คณะ

ตอบ:ติดตามจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. มีการ limit จำนวนนักเรียนที่จะผ่านเข้ามาสอบสัมภาษณ์หรือไม่ ถ้ามีจำนวนเท่าใด

2. มีการจำกัดเพศในการผ่านเข้ามารับการสัมภาษณ์และการเข้ามาเป็นนิสิตแพทย์หรือไม่

ตอบ:
1. ประมาณ 350 คน

2. ไม่มี

ถาม:จำกัดน้ำหนักตัวของผู้สมัครสอบไหมคะ ต้องไม่น้อยกว่าและไม่เกินเท่าไรคะ

ตอบ:ไม่มีกำหนดไว้

ถาม:คนอ้วนเรียนแพทย์ได้หรือไม่

ตอบ:ได้ หากคณะกรรมการเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาแลการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ถาม:O-NET/A-NET จะใช้แค่ grade เฉลี่ย 4 เทอมได้รึเปล่าคะ

ตอบ:โปรดสอบถามข้อมูล ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) (Call Center) หมายเลข 0-2576-5777, 0-2576-5555 หรือดู website www.cuas.or.th

ถาม:กำหนด GPA ในการรับสมัคร หรือเปล่าค่ะ ว่าจะต้องเป็น 3.00 เท่านั้นถึงจะสมัคร

ตอบ:ไม่กำหนดค่ะ

ถาม:อยากทราบว่าปีนี้นิสิตที่รับไป น้ำหนักและส่วนสูงประมาณเท่าไร

ตอบ:น้ำหนักและส่วนสูงตามมาตรฐานเฉลี่ยของเด็กไทย

ถาม:ถ้าได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 3.50 จะมีสิทธิเรียนคณะแพทย์ไหมค่ะ

ตอบ:คณะแพทย์ จุฬาฯ ไม่มีข้อกำหนดเรื่อง GPAX

ถาม
:
อาจารย์คะ ลูกเข้าค่ายโอลิมปิก แต่เป็นสาขาเคมี จะสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างค่ะ

ตอบ:สมัครโครงการแพทย์จุฬาฯ รอบรู้คู่คุณธรรม ได้ หรือ สมัครโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนแพทย์ / โครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ได้ หากมีภูมิลำเนาตามที่แจ้งในแผ่นพับ แต่ไม่สามารถสมัครโครงการโอลิมปิกวิชาการ(ชีววิทยา) ได้

ถาม:
1. โครงการ สอวน รับพิจารณาหรือเปล่า

2. เรนาโต้คืออะไร

ตอบ:
1. ไม่รับ

2. ศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ถาม
:
จะเปิดขายใบสมัครและรับสมัครเมื่อไร

ตอบ:กรุณาศึกษาจากแผ่นพับที่แจกให้

ถาม:ทะเลอะไรมี 4 สี

ตอบ:ไม่ทราบค่ะ

ถาม:ไม่ถามครับ แต่ตลกดี

ตอบ:ก็ไม่ตอบค่ะ

ถาม:จากที่ท่านอาจารย์บอกว่ามีห้องพักผ่อน สำหรับนักศึกษาแพทย์เช่น ห้องดูภาพยนตร์ ห้องออกกำลังกาย อยากทราบว่า “มีห้องคาราโอเกะ ไว้ให้นักศึกษาแพทย์คลายเครียดโดยใช้เสียงดนตรีหรือเปล่าครับ

ตอบ:ไม่มีค่ะ

ถาม:ค่าเทอม ๆ ละเท่าไหร่? หน่วยกิตละเท่าใด? ค่ะ

ตอบ:ค่าเล่าเรียน ภาคต้น/ปลาย ภาคละ 16,000 ภาคฤดูร้อน 4,000

ถาม:ในการเรียนภาคปฏิบัตินั้นจะต้องเรียนอย่างไรบ้าง เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง และถ้าผู้สมัครคณะแพทย์นั้นมีใจรักที่จะเรียนคณะแพทย์อย่างมาก แต่ด้าน IQ ของผู้สมัครนั้นอยู่ในระดับปานกลาง อยากทราบว่าจะเรียนคณะแพทย์ได้ไหมค่ะ

ตอบ:ขอให้หาข้อมูลจากงานจุฬาฯ วิชาการ / Open house คณะแพทยศาสตร์ 23-26 พ.ย. 2548และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะมีสิทธิเข้าเรียนแพทย์

ถาม:
1. มีโครงการผลิตครูหมอหรือเปล่า (ภาควิชามหกายวิภาคศาสตร์)

2. ต้องวางเงินมัดจำแรกเริ่มเท่าไหร่

ตอบ:
1. ยังไม่มีในปีการศึกษา 2549

2. ไม่เคยมีการวางเงินมัดจำเพื่อการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ถาม:ความโปร่งใสในการให้คะแนนวิชาเฉพาะ + สอบสัมภาษณ์ โดยเฉพาะสุขภาพจิต ข้อเขียน สภาวะอารมณ์ แต่ละบุคคล และแต่ละวัย

ตอบ:บุคคลที่มีข้อสงสัยขอตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ ผ่านคณะกรรมการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะแพทยศาสตร์ ภายในเวลาที่กำหนด

ถาม:
1. แนวตัวอย่างข้อสอบวิชาเฉพาะ คณะแพทย์มีตัวอย่างให้น้องหรือไม่ครับ หรือมีตัวอย่างข้อสอบจำหน่ายหรือเปล่า

2. เข้าจุฬาฯ ยาก แต่หาหอพักใกล้จุฬาฯ ยากกว่า ทางคณะแพทย์ได้เตรียมช่วยเหลือเรื่องที่พักไว้บ้างหรือไม่ (เพียงพอหรือไม่)

3. ระบบเส้นสาย เจ้าขุนมูลนาย หมดไปหรือยังครับ (ถ้ามีเส้นสายบอกผมด้วย)

ตอบ:
1. ไม่มี

2. ขอยืนยันว่า ปี 4-6 นิสิตแพทย์ทุกคนจะได้อยู่หอพัก

3. ไม่เคยมี

ถาม:
1. โรคอะไรบ้างค่ะที่ไม่รับเข้าแพทยศาสตร์

2. แล้วถ้าเป็นโรคหัวใจแต่ไม่รุนแรง แล้วก็รักษาตัวอยู่ รพ.จุฬาฯ จะพอมีโอกาสไหมค่ะ (โรคหัวใจรุนแรงนี่มันถึงขั้นไหน (พบหมอทุก 6 เดือน ทานยาเช้า-เย็น ก่อนอาหาร ยาสีม่วง รักษามาประมาณ 9 ปีได้แล้วมั้งค่ะ) ค่ะจึงเรียกว่ารุนแรง)

ตอบ:
1. ดูตามประกาศของจุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ความรุนแรงคือ คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ

ถาม:เรียนแพทย์มีการ retired รึเปล่าค่ะ

ตอบ:มีค่ะ

ถาม:เมื่อสอบวิชาเฉพาะวันที่ 25-26 ต.ค. 2548 แล้วจะประกาศให้ทราบผลเมื่อไรค่ะ จะวัดผลสัมฤทธิ์ว่ามีโอกาสเข้ามาศึกษาต่อได้เลยหรือไม่ (โดยแทบไม่ต้องรอผล O-NET/A-NET)?

หมายเหตุ : ถ้านักเรียนคาดหวังจะเป็นนิสิตจุฬาฯ ซึ่งตั้งความหวังไว้ที่คณะแพทย์ แต่ก็สำรองไว้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยสมัครสอบวิชาเฉพาะความถนัดทางวิศวะ กับ สกอ. ซึ่งจะสอบใกล้ ๆ กับวันสอบวิชาเฉพาะของคณะแพทย์ และยังติดเข้าค่ายโอลิมปิกเดือน ต.ค. อีกด้วย อย่างนี้จะได้ผลสัมฤทธิ์ จริง ๆ หรือไม่

ตอบ:
การประกาศผลสามารถติดตามได้จาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.thจะวัดผลสัมฤทธิ์ว่ามีโอกาสเข้ามาศึกต่อได้เลยหรือไม่ ขอตอบว่าไม่ได้

น่าจะอยู่ที่ว่าแสดงศักยภาพในการเข้าศึกษาได้มากน้อยเพียงใดจากผลการทดสอบ

ถาม:จะคัดเลือกโดยดูจากคะแนน O-NET หรือ A-NE เป็นหลักค่ะ แล้วถ้าค่า GPA ไม่ตรงตามคุณสมบัติแต่คะแนน O-NET กับ A-NET ผ่านเกณฑ์จะสามารถเข้าได้ไหมค่ะ อยากรู้ว่าจริงแล้วคณะแพทย์เค้าเรียนหนักกันมากแค่ไหนค่ะ

ตอบ:
- คณะแพทยศาสตร์ไม่มีเกณฑ์ GPA

- เรียน 236 หน่วยกิต 6 ปีการศึกษา

ถาม:แนวข้อสอบที่ทางจุฬาฯ จะสอบ คะแนนทาง O-net, A-net จะได้มาตรฐานเหมือนเดิมหรือ ได้ข่าวว่าข้อสอบออกโดยใครก็ได้ ที่จะส่งข้อสอบเข้า internet จะเป็นครู ม.ปลาย หรือ นร.ก็ได้ อย่างนี้จะมีความเป็นโรรมและมาตรฐานหรือ

ตอบ:เป็นนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โปรดติดต่อสอบถามโดยตรงจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ถาม:ต้องได้คะแนน O-NET, A-NET อย่างต่ำเท่าไร

ตอบ:ดูได้จากแผ่นพับ

ถาม:อยากทราบว่าแบบทดสอบสุขภาพจิตคิดรวมใน 30%?

ตอบ:ไม่รวม แต่ใช้ประกอบการสัมภาษณ์

ถาม:การสอบ O-NET, A-NET มีครั้งเดียวใช่ไหม ปีนี้เสียเปรียบ เพราะ apply คะแนนได้ครั้งเดียว

ตอบ:สอบถามข้อมูลไปที่ สกอ. ซึ่งได้เปิดให้บริการศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (Call Center)

หมายเลข 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:โครงการนี้ จำเป็นต้องผ่านค่ายต่าง ๆ ของคณะแพทยศาสตร์ หรือไม่ ถ้าจำเป็นมีค่ายใดบ้าง

ตอบ:ไม่จำเป็นค่ำ

ถาม:การ Admission ตรง กำหนดเกรดเฉลี่ยไหมคะ

ตอบ:คณะแพทย์ ไม่กำหนด

ถาม:จำกัดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำในการสอบไหม

ตอบ:ไม่จำกัด

ถาม:จะรู้คะแนนวิชาเฉพาะหรือไม่? และเมื่อไร? และประกาศคะแนนอย่างไร? จะประกาศผู้ที่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์เมื่อไร? และจำนวนกี่คน? หากมีผู้ตกสอบสัมภาษณ์ จุฬาฯ จะเรียกนักศึกษาเพิ่มแทนผู้ที่ตกสัมภาษณ์หรือไม่ และอย่างไร?

ตอบ:จะประกาศผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ ประมาณ 350 คน /หากมีผู้ตอสอบสัมภาษณ์จุฬาฯ จะเรียกนักศึกษาเพิ่มแทนผู้ที่ตกสัมภาษณ์หรือไม่ ขอตอบว่า ไม่เรียกเพิ่มส่วนคำถามอื่น โปรดติดตามประกาศจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:การเลือกเข้าโครงการแพทย์จุฬาฯ แบบ Admission ตรงนั้น ต้องรอผลสอบ O-NET & A-NET จาก สทศ ก่อนหรือไม่

ตอบ:ต้องสอบ

ถาม:ขอทราบรายละเอียด การรับนิสิตแพทย์โดยโครงการโอลิมปิกชีววิทยา ว่าต้องสอบคัดเลือกเฉพาะกลุ่มนี้ใช่หรือไม่ ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง สอบเมื่อใด สมัครวันที่เท่าใด

ตอบ:ต้องสอบพร้อมกันทุก ๆ โครงการ

ถาม:โครงการแพทย์จุฬา รอบรู้คู่คุณธรรม เรียนเหมือนกับโครงการโอลิมปิกวิชาการหรือเปล่า

ตอบ:เหมือนกัน

ถาม:ข้อสอบข้อเขียนถ้าลายมือไม่สวยจะมีผลไหมค่ะ (ลายมือประมาณเนี้ยค่ะ)

ตอบ:ถ้าถึงขนาดอ่านไม่ออก คงจะมีผล เท่าที่เขียนมาพออ่านได้

ถาม:สอบตรงของแพทย์ จะมีวิชาการร่วมด้วยไหม? เช่น การแต่งความ

ตอบ:วิชาการ อยู่ใน O-NET และ A-NETการแต่งความ บางส่วนอยู่ในทดสอบสุขภาพจิต

ถาม:
1.คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครคณะแพทย์จุฬาฯ มีอะไรบ้าง

2. และต้องใช้เกรดเฉลี่ยเป็นเกณฑ์ในการสมัครหรือเปล่าค่ะ

3. และอยากทราบ มหาวิทยาลัยทางด้านการแพทย์และชีวภาพอันดับ 1 นั้นคือประเทศอะไร

ค่ะ และมหาวิทยาลัยอะไร

ตอบ:
1. คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร ติดตามทางประกาศของจุฬาฯ website www.chula.ac.th

2. ไม่ใช้

3. กรุณาค้นจาก website ที่สนใจ เนื่องจากมีการจัดลำดับจากหลายองค์กร

ถาม:A-Net คือ เลข 2 เดิมหรือเปล่าค่ะ

ตอบ:A-NET คือ Advance National Education Test ซึ่งสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เป็นผู้จัดสอบ มีทั้งหมด 5 รายวิชา ให้เลือกสาขาละ 3 รายวิชา ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เลือกวิชา วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

ถาม:ถ้าสอบเข้าคณะทันตแพทย์, สหเวชศาสตร์, เภสัชศาสตร์, ฯ แล้วอยากเรียนหมอสอบใหม่ได้มั้ยครับ

ตอบ:ได้ ถ้าคิดว่าตนเองไม่เหมาะกับสาขาวิชาที่เรียนอยู่ และมีความเหมาะสมกับวิชาแพทย์มากกว่า

ถาม:มีการพิจารณาในส่วนของ Port Folio ไหมคะ

ตอบ:ไม่ได้กำหนด นักเรียนสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการสัมภาษณ์

ถาม:ข้อสอบวัดความสามารถจะคล้าย ๆ กับการวัดความเป็นครู?

ตอบ:ไม่ใช่ เป็นการวัดศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแพทย์

ถาม ก่อนสอบสัมภาษณ์รับกี่คนค่ะ (สอบข้อเขียน)

ตอบ:คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ไม่เกิน 350 คน

ถาม:อยากทราบรายละเอียด เนื้อหาของวิชาที่สอบ ทั้ง A-Net/O-Net โดยเฉพาะวิชาเฉพาะ 3 วิชาของคณะแพทย์ จะมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง เพราะงง มาก ๆ

ตอบ:ข้อสอบ A-NET, O-NET จัดสอบโดยสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ กรุณาสอบถามจาก

www.cuas.or.th หรือ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:ข้อสอบวิทยาศาสตร์ของ สกอ. ใน O-net และ A-net จะมีการแบ่งน้ำหนักของรายวิชา เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา อย่างไรบ้าง ตัวข้อสอบจะเน้นไปที่วิชาจำเป็นสำหรับแต่ละคณะหรือเปล่า หรือทุกคณะสอบเหมือนกันหมด

ตอบ:ข้อสอบเป็นของศูนย์ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งทุกคนจะต้องสอบเหมือน ๆ กันหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม:วิทยาศาสตร์ รวมทั้ง 3 รายวิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แบ่งสอบแต่ละวิชาเท่า ๆ กันใช่มั้ยค่ะ หรือมีข้อสอบชีววิทยามากที่สุด

ตอบ:ข้อสอบความรู้ทางวิชาการออกโดย ศูนย์ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ โปรดสอบถามรายละเอียดจาก www.cuas.or.th หรือ 0-2576-5777, 0-2576-5555

ถาม
:
1. จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คิดว่านักเรียนโรงเรียนนานาชาติ มีสิทธิ์สอบติดแพทย์จุฬาฯ กี่เปอร์เซ็นต์

2. ทางคณะมีการพิจารณาเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนนานาชาติหรือไม่

ตอบ:
1. มีน้อยมาก ไม่เกิน 1 คน

2. ไม่มี

ถาม:
1. วิทยาศาสตร์ (05) มีวิชาอะไรย่อย ๆ บ้าง

2. กลุ่มสาระ A-Net Eng 2 (13), Match 2 (14), Science 2 (15) คือยังไง

ตอบ:
1. เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์

2. ถ้าจะเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ต้องเลือกสอบ 3 กลุ่มสาระนี้

ถาม:หากเรียนจบหลักสูตรนานาชาติ (ภาษาอังกฤษ) จะสามารถเข้าร่วมโครงการจุฬาฯ-ภูมิพลฯ ได้หรือไม่

ตอบ:สอบถามข้อมูลจาก website ของจุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. ตามที่คณะแพทย์ ไม่นำ GPA และ GPAX มาคิด หมายถึงไม่เอามารวมเป็นคะแนนและไม่พิจารณา GPA แต่ละภาคเรียนเลยใช่หรือไม่ อย่างไรค่ะ

2. แล้วที่หอประชมจุฬาฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ชี้แจงว่าไม่มีผู้มาสมัครได้ GPA ต่ำกว่า 3.7 มาสมัคร แต่ทำไมในหนังสือพิมพ์ถึงลงว่าต้องได้ GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.5 แท้จริงเป็นอย่างไรค่ะ

ตอบ:
1. ถูกต้อง

2. ผู้สอบได้มากกว่า 95% GPAX ? 3.7 ที่สอบได้น้อยกว่า 3.7 แล้วเข้าได้มีเพียง 2 โรงเรียน คือ เตรียมอุดม และเซ็นคาร์เบรียล

ถาม:ปีที่แล้ว สอบตรงของแพทย์จุฬาฯ ออกข้อสอบ “สำนวนภาษาอังกฤษ” ถามว่า ปีนี้จะมีสอบตรงเป็นสำนวนภาษาอังกฤษด้วยหรือเปล่า?

ตอบ:ขอยืนยันว่า ข้อสอบของจุฬาฯ ปีที่แล้วไม่มีลักษณะดังกล่าว / คณะกรรมการฯ ยังไม่ได้นำส่งข้อสอบ

ถาม:คณะกรรมการที่ตรวจข้อสอบ 8 คน ประกอบด้วยแพทย์สาขาอะไรบ้าง

ตอบ:คณะกรรมการตรวจข้อสอบมีมากกว่านี้ ไม่ได้จัดคณะกรรมการโดยพิจารณาจากสาขา

ถาม:อยากทราบเกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ การตรวจสุขภาพ การวัดตาบอดสีว่าในระดับใดที่จะรับพิจารณา และในระดับใดไม่รับพิจารณา, การประกาศผลสัมภาษณ์เมื่อใด

ตอบ:เกณฑ์การสอบสัมภาษณ์ global rating scale ? 3 / ผ่านเกณฑ์สุขภาพกายและจิต /การวัดตาบอดสี ตามประกาศ /การประกาศผลสัมภาษณ์ ติดตามประกาศจาก www.chula.ac.th

ถาม:การสอบสัมภาษณ์ขอทราบลักษณะข้อสอบวิชาเฉพาะที่สอบ 25-26 ตค.48 สิ่งที่อยากฟังมากคือ จะเข้าเป็นนิสิตแพทย์ได้อย่างไร แต่ที่พูดมา 2 ชั่วโมงคือแนะนำการเรียนแนะนำมหาวิทยาลัย และควรจะพูดเมื่อสอบได้แล้ว

ตอบ:ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ การแนะนำนั้นเป็นการให้ข้อมูลว่า การเรียนแพทย์เป็นอย่างไร การเรียนแพทย์จุฬาฯ เป็นอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจสมัครสอบคัดเลือก

ถาม:
1. ประกาศผลสอบวิชาเฉพาะก่อนหรือไม่?

2. กำหนดคะแนนขั้นต่ำหรือไม่ว่าต้องได้เท่าไรขึ้นไปถึงยื่นสมัครได้ (พร้อม O-Net/A-Net ซึ่ง

กำหนดไว้ 35% ขึ้นไป (กำหนดจำนวนหรือไม่)

ตอบ:
1. ประกาศผลสอบติดตามได้จาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ไม่ได้กำหนด

ถาม:แนวข้อสอบ O-Net/A-Net เป็นอย่างไร จะน่าเชื่อถือได้เหมือน ข้อสอบ Entrance เดิมหรือไม่

ตอบ:เป็นนโยบายของ สกอ. , ติดตามสอบถามจาก สกอ.

ถาม:การสอบวิชาเฉพาะในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2548 จะประกาศผลคะแนนก่อนรู้ผลสอบ O-Net และ A-Net หรือไม่

ตอบ:ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

ถาม:
1. วันที่ 1-30/5/48 สมัครผ่านอะไรค่ะ

2. วิชาเฉพาะจะมีการประกาศคะแนนไหมค่ะ และทุกคนมีสิทธิ์สอบ O-Net, A-Net ใช่ไหมคะ

ตอบ:
1. ติดตามประกาศจาก website จุฬาฯ www.chula.ac.th

2. ถูกต้อง

ถาม:
1. อยากทราบวิธีการรับแพทย์นานาชาติ โดยละเอียด ไดจากที่ใดค่ะ คุณแม่ของนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ ชั้น ม.ปลาย

2. ค่าใช้จ่ายแพงมากไหมค่ะ กรุณาตอบมาทาง E-mail ก็ได้ค่ะที่ parsuki@hotmail.com

ตอบ:ยังไม่มีโครงการรับแพทย์นานาชาติ ในปี 2549

ถาม:การเรียนในคณะแพทย์นั้น จะมีการเรียนการสอนวิชาและหลักสูตรอะไรบ้าง และเรียนทั้งหมดกี่หน่วยกิต ผู้ที่เรียนนั้นจะต้องเรียนให้ได้ GPA เท่าไรถึงจะไม่ถูกรีไทส์

ตอบ:มีการเรียนการสอน 86 รายวิชา 1 หลักสูตร คือ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต

เรียนทั้งหมด 236 หน่วยกิต /และผู้เรียนจะต้องเรียนเท่าไรถึงจะไม่ถูกรีไทส์การพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต

นิสิตจะพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต ในกรณีดังต่อไปนี้

- เมื่อมีการจำแนกสภาพนิสิต และได้แต้มเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.50

- เมื่อเป็นนิสิตสภาพวิทยาทัณฑ์ที่มีแต้มเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.80 สองภาคการศึกษาที่มีการ

จำแนกสภาพนิสิตต่อเนื่องกัน

- เมื่อเป็นนิสิตสภาพวิทยาทัณฑ์ 4 ภาคการศึกษาที่มีการจำแนกสภาพนิสิตต่อเนื่องกันแล้ว

ยังไม่พ้นสภาพวิทยาทัณฑ์

- เมื่อมีระยะเวลาการศึกษาครบ 16 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่า สำหรับหลักสูตร 4 ปี หรือ

20 ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่าสำหรับหลักสูตร 5 ปี หรือ 24 ภาคการศึกษา หรือเทียบเท่า

สำหรับหลักสูตร 6 ปี แล้วยังมีจำนวนหน่วยกิตสอบได้ไม่ครบตามหลักสูตร หรือได้แต้มเฉลี่ย

สะสมต่ำกว่า 2.00

 

------------------------------------

คณะสัตวแพทยศาสตร์

 

เกณฑ์การรับนิสิตเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีการศึกษา 2549

1. Admission กลาง (ผ่าน สกอ.) จำนวนรับ 140 คน

ข้อกำหนดของการรับ

1.1 GPA (กลุ่มสาระ 20 %)

GPAX 10%

ภาษาไทย(21)สังคม(22)
ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ(23)
คณิต(24)
วิทย์(25)


1.2O-NET (35 %) 25-26 ก.พ. 2549

ภาษาไทย(01)
สังคม(02)
ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ *(03)
คณิต *(04)
วิทย์ *(05)


* เกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนแต่ละวิชา 25 %

1.3A-NET (35 %) 28 ก.พ.- 1 มี.ค. 2549

ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ(13)
คณิต(14)
วิทย์(15)


2 . Admission รับตรง (วิธีพิเศษ)

• โครงการจุฬา-ชนบท จำนวนรับ 10 คน

ข้อกำหนดของการรับ : ตามข้อกำหนดของโครงการจุฬาฯ – ชนบท และ เกณฑ์คะแนนเช่นเดียวกับ Admission กลาง (ผ่าน สกอ.)

หมายเหตุ :- ไม่มีการสอบวิชาเฉพาะ

ผู้สนใจที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยสามารถส่งคำถามมาที่ janenuj.w@chula.ac.th หรือ phathait@chula.ac.th

 

----------------------------

คงเป็นคำถามที่น้องๆหลายคนอาจจะสงสัย แต่เป็นคำถามในประเภท ถามง่าย ตอบยาก
เพราะคณะสัตวแพทย์แต่ละที่ก็จะมีหลักสูตรที่แตกต่างกันในบางแง่มุม
เอาเป็นว่าพี่จะพูดถึงแต่หลักสูตรของสัตวแพทย์ จุฬาฯ ก็แล้วกัน
ถ้าแบ่งวิชาในหลักสูตรออกเป็นกลุ่มๆก็แบ่งคร่าวๆได้ดังนี้
...................................................................................................

1. กลุ่มวิชาพื้นฐาน คือจำพวก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อะไรเทือกนั้น
2. กลุ่มวิชา preclinic
หรือกลุ่มวิชาที่ศึกษาถึงความปกติและผิดปกติของสัตว์ที่จะเป็นพื้นฐานในวิชา clinic
วิชาพวกนี้เช่น anatomy physiology pathology เป็นต้น
3. กลุ่มวิชา clinic เป็นวิชาในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการรักษา หรือการแก้ไขความผิดปกติ
เช่น วิชาอายุรศาสตร์และศัลยศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ในหลักสูตรยังมีการฝึกงานในด้านต่างๆอีก
เอาล่ะจะพูดถึงรายละเอียดการเรียนในแต่ละปีอย่างคร่าวๆแล้วกัน
...................................................................................................

เริ่มที่ปี 1 เป็นช่วงเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูใหม่ไปหมด
ตั้งแต่อาคารเรียนยันป้าร้านขายข้าวเลย แต่ในบรรยากาศใหม่
เราก็ยังต้องมาเรียนวิชาเดิมๆที่คุ้นเคยกันดี อาทิเช่น
เทอม1 >>
1. อังกฤษ (FE I) ,มีการแบ่ง section ตามคะแนน Ent ที่ได้แสดงฝีมือกานเอาไว้ มีทั้งหมด
Section จาก 71-------> 75
2. เคมีทั่วไป (General Chemistry) = ตัดกับ Dent หุหุ =
3.ฟิสิกส์ทางการแพทย์ (Med Phy)=ตัดหรือเหยียบกานเองในคณะ=
4. Lab เคมี และ lab ฟิสิกส์
5. วิชาเลือก ที่ได้เลือกกันจริงๆ ต่างจากมัธยมที่โดนบังคับเลือก
เทอม2 >>
ก็ยังเรียนวิชาพื้นฐานอยู่ ประกอบด้วย
1. อังกฤษ (FE II) อีกแล้ว = ตัดกันทั้งมหาลัย =
2. เคมีอินทรีย์ (Org Chem) หรือปลาเค็ม ขอบอกว่าเค็มเจงๆ เพราะเนื้อหาที่จะเรียนอะ
เหมือนกับเรื่องสารประกอบคาร์บอนตอน ม.ปลาย แต่ดูจะโหด และหินกว่ามาก
เรียนไปขามไม่ออกเจงๆ กลไกไรก้อไม่รู้ (กลไกเกิดปฎิกริยาความรัก ว่าไปอย่าง .....หุหุ )
= ตัดกับวิดกีลา .....เหอเหอ =
วิชานี้มี Lab ด้วยนะ น้องจะได้ทดสอบตัว UnKnown
3. วิชา ชีววิทยาทั่วไป (Gen Bio)
=ตัดกับ Dent ซึ่งDent เปนเหมือน เครื่องบินให้คณะเราได้แหงนหน้ามองมีน ..........
หุหุ =
และ พร้อมกับวิชา Lab ที่เหมือนกับเนื้อหาตอนม.ปลาย
แต่ด้วยเนื้อหาที่ลึกว่าทำให้เวลาสอบต้องเหนื่อยกันหน่อย +++ (มีผ่ากบด้วยแหละ
จะพบรักกับเจ้าชายกบก้อคราวนี้แหละ ..... เหอเหอ )
4. และพิเศษกับวิชาคณะ 2 ตัวที่มาให้ชิมลางก่อน คือวิชาพฤติกรรมสัตว์ (Animal Behavior)
น้องก้อจะได้เรียนแบบว่า......mounting thurst lock tie
5. และ หลักสัตวบาลทั่วไป 1 หรือ Priciple of animal husbandry I เรียก สั้นๆว่า Prin
Hus l (หลักการหาสามี.....หุหุ) ที่จะเรียนเกี่ยวกับพันธุ์วัวและการเลี้ยงวัว
ทั้งวัวเนื้อ วัวนม และพวกแพะแกะ ม้า และก้อกระบือ (แบบเรียนจนเขางอกออกมาเองเลยแหละ
...... หุหุ หรือไม่ก้อมีนกเอี้ยงมาเกาะเลยแหละอันดับหนึ่ง )
>>> สรุปปี1 บรรยากาศการเรียนยังเป็นแบบสบายๆ สไตล์มยุรา เห้ยไม่ใช่ต้องสไตล์
Freshy ต่างหาก !!! แต่บางวิชาก็ต้องตัดเกรด กับ หมอ
กับทันตะอันตรายไม่ใช่เล่น
และยังเป็นปีที่มีเวลาว่างมากที่สุดถ้าเทียบกับปีอื่นๆ
..................................................................................................

ปี 2 จะเริ่มเรียนวิชา preclinic เป็นส่วนใหญ่แล้ว อย่างเช่น อย่างเช่น
1. วิชากายวิภาค l หรือ Anatomy l ที่เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
ในสุนัขทดลองที่ดอง ฟอร์มาลิน
2. วิชา Histology หรือชื่อภาษาไทยว่า จุลกายวิภาควิทยา ที่เรียนเกี่ยวกับโครงสร้าง
(ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น) โดยกล้องจุลทรรศน์
3. วิชา Embryology ที่เรียนเกี่ยวกับพัฒนาการของ ตัวอ่อนในท้องแม่
4. วีชาชีวเคมี (Biochem) ที่เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างสารเคมี โปร ไขมัน
5. และตามมาด้วยวิชาหลักสัตวบาล 2 ที่เรียนเกี่ยวกับพันธุ์และการเลี้ยงไก่และหมู
6. และวิชาพื้นฐานกันคิดถึงห่วงใย คือ สถิติ (Stat bio sci) ที่มาเขย่าขวัญคนโง่บวก
+++ ขี้เกียจได้เป็นอย่างดี
ก็จบไปอีกเทอมนึง ขึ้นเทอม 2 ยังคงเรียนวิชา Preclinic อยู่ ประกอบด้วย
1. Anatomy ll ที่เปลี่ยนจากสุนัขมาเป็น ม้า หมู วัว และผองเพื่อน
เป็นการเรียนแบบเปรียบเทียบในแต่ละสัตว์
2. Neuroanatomy ที่เรียนเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของสมองและไขสันหลัง
3. Biochem ll ที่เริ่มเรียนระบบของสารเคมีในร่างกาย ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือ
พวกวัฏฐจักรเครปส์ อะไรประมาณนั้นแหละ
4. และวิชาน้องใหม่ไฟแรงอย่าง สรีรวิทยา l หรือ Physio l เป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับ
กลไกการทำงานของร่างกาย
5. และยังมีวิชาด้านสัตวบาลอีก 3 ตัว คือ
5.1 วิชาสุขศาสตร์ ที่จะพูดถึง เกี่ยวกับสุขอนามัยในฟาร์มเลี้ยงสัตว์
และการบำบัดน้ำเสียจากฟาร์ม
5.2 วิชาปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ที่เรียนประมาณวิชาพันธุศาสตร์ และการนำไปใช้
5.3 วิชาควบคุมสัตว์และการจัดการฟาร์ม เป็นวิชาที่สำคัญมาก
ที่จะพูดถึงการเข้าหาสัตว์ และการจับสัตว์ >>> คิดดูเราจะตรวจรักษาสัตว์ยังไง
ถ้ายังเข้าไปจับมันไม่ได้
6. และปิดท้ายด้วยวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม ที่พูดถึงหลักเบื้องต้น ในการตรวจวัดสภาพ
แวดล้อม
สรุป ปี 2 ทั้งปี นิยามกันคร่าวๆว่า นรกชัดๆ เรียนตั้งแต่ 8 โมงยัน 4-5
โมงเย็นแทบทุกวัน+++ ประกอบกับมีการสอบติดกันแทบทุกอาทิตย์ จนซูบซีด
และโทรมไปตามๆกัน ( ใครที่อยากจะหุ่น Firm ก้อปีนี้แหละ ..........หุหุ
แบบไม่ต้องกิน i - firm เลย)
..................................................................................................

ปี 3 ปีนี้มหากาพย์ที่เคยเรียนมาส่วนใหญ่จะจบไตรภาคแบบสมบูรณ์ในเทอมนี้ อาทิเช่น
1. Anatomy III biochem III และPhysioที่มาคราวนี้ ฉายครบ ภาค 2 กับภาค 3
รวมไว้ในเทอมเดียว
2. ++++ เสริมเติมแต่งด้วยวิชา อาหารสัตว์ ที่เรียนเกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารสัตว์
และคำนวณสูตรอาหารในสัตว์แต่ละชนิดกันจนมันส์มือไปเลย
3. วิชาจุลชีววิทยา หรือ Microbiology
ที่เรียนเกี่ยวกับเชื้อราและแบคทีเรียต่างๆที่ก่อโรคในสัตว์
4. และปิดท้ายด้วย Immunology ที่เรียนเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
เทอม 2 >>> อาจจะแบ่งวิชาเป็นกลุ่มๆได้ดังนี้
1. กลุ่มวิชาที่เรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้สัตว์เป็นโรค และกระบวนการก่อโรค มีดังนี้
1.1 วิชาไวรัสวิทยา
1.2 วิชาหนอนพยาธิทางสัตวแพทย์
1.3 วิชากีฏวิทยา และอคาโรวิทยาที่เรียนเกี่ยวกับแมลง กับพวก เห็บ เหา ไร
1.4 วิชาวิทยาสัตว์เซลล์เดียว เช่นพวก Protozoaต่างๆ บิด มาลาเรีย เป็นต้น
1.5 และวิชา พยาธิวิทยาทั่วไป (Gen Path) ที่เรียนเกี่ยวกับกระบวนการก่อโรค
2. วิชาเกี่ยวกับยา เภสัชวิทยา 1,2 และสุดท้ายวิชา Lab Animal science
ที่เรียนเกี่ยวกับสัตว์ทดลองและการใช้สัตว์ทดลอง รวมถึงจรรยาบรรณการใช้สัตว์ทดลอง
กับวิชาระบาดวิทยาและเภสัชการป้องกัน...สัตว์ >>> ที่ต้องงัดเอาวิชา Stat
มาช่วยวิเคราะห์การระบาดของโรคในฝูงสัตว์
สรุปปีนี้เป็นปีที่ทุกๆคนยกย่องแล้วว่าโหดจริง นรกจริง
ใครผ่านมาได้จะเป็นเครื่องพิสูจน์และความแกร่งได้เป็นอย่างดีของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่า
Vet หุหุ ......^O^

ในช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ก่อนจะขึ้นปี4 จะมีการฝึกงานทางด้านสัตวบาลภาคสนาม
โดยผันตัวเองไปเป็นคนงานในฟาร์ม เป็นเวลาครึ่งเดือน
โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆไปฟาร์มอะไร ก็แล้วแต่เลือก
...................................................................................................

ปี 4 เป็นปีที่จะเริ่มต้นเรียนวิชา Clinic ซักที เริ่มจากวิชา
1. อายุรศาสตร์ตามระบบอวัยวะ หรือ Internal Med เป็นวิชาว่าด้วยหลักการรักษาโรคต่างๆ
เช่น โรคหัวใจ โรคตับ
2. และวิชาเทคนิคการวินิจฉัยและการรักษาโรคสัตว์
ที่จะพูดถึงการตรวจวินิจฉัยโรคและการรักษาคร่าวๆ ในแต่ละระบบ และแต่ละชนิดสัตว์
3. วิชาหลักการศัลยศาสตร์และวิสัญญี หรือ surgery จะพูดถึงขั้นการตอน +
บวกกับวิธีการผ่าตัดเบื้องต้น +++ จนถึงการวางยาสลบในสัตว์
4. วิชา พิษวิทยา ที่พูดถึงสารที่เป็นพิษ ทั้งจาก ธรรมชาติ จากสารเคมี และจากการรักษา
5. วิชารังสีวิทยาที่จะพูดถึงหลักการของเครื่อง X-Ray และ Ultrasound และการแปลผล
6. นอกจากวิชาใหม่ๆแล้ว ยังมีวิชาเก่าๆที่ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ อาทิเช่น เภสัชวิทยา 3
7. และวิชาพยาธิวิทยาเฉพาะระบบ หรือ Special Path ที่พิเศษสมชื่อจริงๆ
คือจะพูดถึงกระบวนการก่อโรคและรอยโรคในอวัยวะต่างๆโดยละเอียด
เทอม 2 >>> จะเริ่มมีวิชาแปลกๆ เข้ามา อาทิเช่น
1. วิชา Andrology , Gynaecology อธิบายง่ายๆเหมือนกับหมอ...สูติฯ....ในสัตว์แหละ
จะเรียนเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์และโรคทางการสืบพันธุ์
รวมถึงการตรวจวัดความสมบูรณ์พันธุ์ หรือตรวจว่าเป็นหมันหรือเปล่า
และการจัดการต่างๆในการเพิ่มผลผลิต
2. และวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์ของสัตว์ หรือ Biotech
ที่จะพูดถึงเทคโนโลยีอย่างการย้ายฝากตัวอ่อนหรือการทำโคลนนิ่ง
3. ส่วนวิชาทาง Medก็มีให้เรียนกันจนหนำใจ ทั้ง Ruminant med
หรืออายุรศาสตร์สัตว์เคี้ยวเอื้อง + com med ที่พูดถึงการรักษาหมา แมว + และ herd med
ที่จะพูดถึง การจัดการโรคสัตว์เป็นฝูง อย่างพวก หมู ไก่
ที่ถ้าเรามาตรวจและรักษาเป็นตัวก็ไม่ต้องทำอะไรพอดี
4. ส่วนวิชาที่เกี่ยวกับผ่าตัดก็ไม่น้อยหน้า มีให้เรียนกัน 2 วิชา คือ
ศัลยศาสตร์สัตว์เล็ก หรือ small animal surgery I
ที่พูดถึงการรักษาอาการผิดปกติต่างๆโดยการผ่าตัด และการรักษาโรคตาสัตว์ 5. ส่วนวิชา
orthopedic จะเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติของกระดูก และ การแก้ไขต่างๆ เช่น
เข้าเฝือกหรือผ่าตัด
6. และวิชาพยาธิวิทยาทางคลินิกที่จะพูดถึงค่าเลือดต่างๆ
และสารเคมีอื่นๆที่เปลี่ยนแปลงไปในกรณีที่เกิดโรค และการแปลผลค่าเหล่านั้น
สรุปปีนี้เป็นปีที่เหมือนขึ้นมาสู่ยอดเขาแล้ว หลังจากที่ทนขึ้นทางชันมานาน
พูดง่ายๆก็คือสบายขึ้น
แต่ท่านผู้รู้บางท่านบอกว่ามันเหมือนสบายขึ้นเพราะตัวเราชินแล้วนั่นเอง
หรือเราด้านเองหว่า ....หุหุหุ !!! การเรียนในปีนี้มีการใช้สุนัขทดลองด้วยในวิชา
surgery ทั้ง 2 เทอมเลย

..................................................................................................

ปี 5 เป็นปีที่เริ่มเข้าใกล้กับคำว่าหมอแล้ว
เลยเรียนวิชาที่เกี่ยวกับโรคและการรักษามากหน่อย คือ
1. med สัตว์น้ำที่เรียนทั้งสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์สวยงาม med หมู และ med สัตว์ปีก
วิชาสูติศาสตร์ที่เรียนเกี่ยวกับการท้อง ทั้งการตรวจจนถึงคลอด
2. และวิชาทางด้านสัตวแพทย์สารธารณสุข อย่างวิชา สุขศาสตร์อาหาร l หรือ food hygiene
ที่เรียนเกี่ยวกับอาหารและโรคติดต่อทางอาหาร (ในคน) รวมถึงการเก็บและแปรรูปอาหารด้วย
เทอม 2>>>
1. จะเรียนวิชาศัลยศาสตร์สัตว์ใหญ่ ที่จะพูดถึงหลักการผ่าตัดใน ม้า วัว
2. และวิชา food hygiene ll ที่มีเนื้อหาต่อเนื่องจากเทอมที่แล้ว
3.และที่ขาดไม่ได้คือ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ที่เรียนเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
โรคแอนแทรกซ์ เป็นต้น
4. รวมถึงเรียนวิชากฎหมายและจริยธรรมแห่งวิชาชีพด้วย
สรุปปี 5 วิชาที่เรียนในห้องเริ่มเหลือน้อยลงแล้ว
จากการตะบี้ตะบันเรียนกันในช่วงปีต้นๆ
แต่จะมีการฝึกงานเข้ามาแทนที่ทั้งในด้านสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปศุสัตว์
รวมทั้งมีรายงานที่เยอะถึงเยอะที่สุดที่จะทำความลำบากใจแก่ผู้ที่พิมพ์คอมค่อนข้างช้าได้ไม่น้อย
...................................................................................................

ปี 6 มีวิชาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน 2 วิชา คือ
1. วิชาการศึกษาด้านสัตวแพทย์ในชนบท ที่จะเป็นการจัดค่ายไปให้บริการทางด้านสัตวแพทย์
ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ จะจัดในช่วงsummer ก่อนขึ้นปี 6 มีชื่อค่ายที่เราเรียกกันว่า
สพ.ช. (สัตวแพทย์อาสาเพื่อพัฒนาชนบท) ซึ่งมีทั้งความคลาสสิคในตำนานที่มา
บวกกับความมันส์สะใจที่จะได้ใช้เวลาทำงานร่วมกันในชั้นปีเดียวกันเป็นเวลา 10 กว่าวัน
และเทอม 2 >>> มีวิชาโครงการพิเศษ หรือที่เรียกว่า case conference
ที่จะเป็นก้าวแรกสู่การเป็นนักวิจัยในอนาคต ที่เราต้องหาหัวข้อที่สนใจมาทดลอง
หรือการรักษาโรคที่น่าสนใจมา present ให้ทั้งอาจารย์และบุคคลภายนอกที่สนใจฟังด้วย
นี่เป็นงานที่เราต้องทำทั้งปี เพื่อมาพูดpresent ไม่กี่นาที
ปีนี้เป็นปีที่จะมีการให้เลือกฝึกงาน
ใครจะมุ่งมั่นเป็นหมอสัตว์อะไรก็จะได้ฝึกงานอย่างเมามันไปเลย
โดยแบ่งเป็นฝึกงานทั้งในด้านสัตว์เลี้ยง และฝึกงานด้านปศุสัตว์ ทั้ง 2
เทอมเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
เฮ้อ จบซะที แค่บอกวิชาคร่าวๆนี่ก็เหนื่อยแล้ว
ส่วนคำถามที่ว่าสัตวแพทย์เรียนยังไงเหรอ น้องก็คงมีคำตอบในใจไปบ้างไม่มากก็น้อย
แต่พี่ก็ยังคิดว่ามันเป็นคำถามที่ถามง่ายแต่ ตอบยากและยาวซะจริงๆ.............ครับ
หุหุ ^O^

-----------------------

วิสัยทัศน

มุ่งสร้างบัณฑิตให้มีความรู้ มีคุณธรรม โดยเน้นความรู้ ในสาขาวิชา เป็นแหล่งบุกเบิก
แสวงหา ศึกษาค้นคว้า และมีความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านสัตวแพทย์ สู่ระดับนานาชาติ

พันธกิจ

คณะสัตวแพทยศาสตร์มีพันธกิจที่่จะบุกเบิก ค้นคว้า ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ ทาง
วิชาการสัตวแพทย์ อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

1. จัดการเรียนการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตสัตวแพทย์ และนักวิชาการชั้นสูง ทางวิทยาศาสตร์ การสัตว์ ทีมีความเป็นเลิศ ทางวิชาการ กับมีคุณธรรม และจริยธรรม ตลอดจนสามารถ ตอบสนองความต้องการ ของสังคม ได้อย่างมีคุณภาพ
2. ทำการวิจัยเพื่อพัฒนา องค์ความรู้ใหม่ ซึ่งจะช่วยแก้ไข ปัญหาทางการ สัตวแพทย์ และ
เพิ่มผลผลิต ทางปศุสัตว์ อย่างได้ผล และเป็นที่ยอมรับ ทั้งใน ระดับประเทศ และนานาชาติ
3. ให้บริการวิชาการทางสัตวแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถให้บริการ แก่สังคม ได้
อย่างถูกต้องและเหมาะสม
4. เผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ในระดับประเทศ และสากล


ต่อมาในปี พ.ศ. 2485 แผนกสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เลื่อนฐานะเป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้มีการจัดการแบ่งส่วนราชการเป็นแผนกวิชาต่างๆ และแต่งตั้งหัวหน้าภาควิชา

ประวัติคณะ

การเรียนการสอนสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นจากการตั้งเป็นแผนกอิสระ ในเดือนเมษายน พ.ศ.2478ตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2477 โดยมีหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต 4 ปีแบ่งเป็นศึกษาเตรียมสัตวแพทยศาสตร์2 ปีได้เปิดสอนวิชาสัตวแพทยศาสตร์เป็นปีแรกเมื่อพ.ศ. 2480 โดยมีศาสตราจารย์พันโทหลวงชัยอัศวรักษ์ เป็นหัวหน้าแผนกสัตวแพทยศาสตร์ ส่วนอาจารย์ที่รับผิดชอบการสอนเป็นข้าราชการจากกระทรวงเกษตราธิการ และที่อื่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงหลักสูตรขั้นปริญญาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต จาก 4 ปีเป็น 5 ปี โดย 2 ปีแรกเรียนวิชาเตรียมสัตวแพทยศาสตร์ เช่นเดียวกับหลักสูตร 4 ปี

พ.ศ. 2497 คณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้โอนย้ายจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ไปขึ้นอยู่ในสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรฯและพ.ศ. 2500 คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้ปรับปรุงหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตจากเดิม 5 ปีเป็น 6 ปี หลักสูตรใหม่มี 234 หน่วยกิตและมีวิชาการสอนทางคลินิกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะวิชาคลินิกปฏิบัติ

พ.ศ. 2502 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โอนไปอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีจนกระทั่ง พ.ศ. 2510 คณะสัตวแพทยศาสตร์ก็ได้โอนย้ายมาอยู่ในสังกัดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักนายกรัฐมนตรี
และพ.ศ.2515คณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้โอนจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปอยู่ในสังกัด ทบวงมหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2522 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้มีการปรับปรุงรายวิชาเตรียมสัตวแพทย์
และในปีพ.ศ.2524ได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตให้มีสัดส่วนของ
วิชาเตรียมสัตวแพทย์ ปรีคลินิก : คลินิก เป็น 1.3 : 2.4 : 2.3 จำนวน 222หน่วยกิต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของทบวงมหาวิทยาลัยที่ให้มีการศึกษาทั่วไปในเรื่องสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ด้ว

พ.ศ. 2538 คณะสัตวแพทยศาสตร์ในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นได้จัดการประชุม
สัตวแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 1 ขึ้น
ที่ประชุมได้นำเสนอโครงสร้างหลักสูตรให้มีสัดส่วนของหน่วยกิต
วิชาเตรียมสัตวแพทย์ : ปรีคลินิก : คลินิก เป็น 1 : 2 :3 และมีหน่วยกิตรวมจำนวน 240 หน่วยกิต ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการนำเสนอไว้ในที่ประชุมสัมมนา 3 สถาบัน คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ร่างหลักสูตรใหม่มีการจัดการเรียนการสอนภาคบรรยายสิ้นสุดในชั้นปีที่ 5 และเริ่มการฝึกคลินิกปฏิบัติตั้งแต่ชั้นปีที่ 4
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เริ่มรับนิสิตเพิ่มขึ้นจากเดิมที่รับไม่เกิน 80 คน เป็น 150 คน ในพ.ศ. 2538

------------------------------------

 

คณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์

ขอแสดงความยินดี กับ น้องๆทุกคน ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ในครอบครัว ของเรา ครู คำนี้มีความหมายมากมายนัก เพราะครูเปรียบได้กับเป็น พ่อแม่คนที่สอง ของเด็กครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก เปรียบได้กับ ครูทุกคนนั้นคือ แม่พิมพ์ของชาติ คนที่คิดว่า จะใช้คณะ ศึกษาศาสตร์ – ครุศาสตร์ เป็นทางผ่าน เพื่อเอาปริญญา ก็ขอให้คนที่คิดอย่างนี้ อย่าเลือกเข้ามาเรียนเลย เพราะว่าจะเป็นการกันที่ คนที่เขาอยากจะเป็นครู จริงๆ หรือ ถ้าจบมาแล้ว ก็ไม่อาจเป็นครูที่ดีได้ ก็อย่ามาเรียนครูเลยเสียเวลาเปล่า วิชาชีพนี้ ต้องการคนที่ใจรัก ศรัทธา ในวิชาชีพ และมีความเสียสละเป็นอย่างสูง เป็นว่าการให้ความรู้ นั้นเปรียบได้ว่า เป็นการให้ อันประเสริฐ การจัดการเรียนการสอน ในแต่ละมหาวิทยาลัย ก็อาจจะมีแตกต่างกันบ้าง เล็กน้อยแต่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ สาขาวิชา เช่น สาขาปฐมวัย (สอนเด็กอนุบาล) สาขาประถม(แล้วแยกออกไปว่าจะสอนวิชาเอกอะไร) สาขามัธยม (แล้วก็แยกออกไปว่าจะเรียนเอกการสอนวิชาอะไร) สาขา การศึกษานอกระบบ (เป็นครูสอน กศน.)แล้วก็มีสาขาอื่นๆอีกที่เป็นวิชาเสริม ที่ไม่ใช่วิชาการ เช่น พลศึกษา สุขศึกษาคหกรรมศาสตร์ศึกษา ธุรกิจศึกษา เกษตรกรรม เทคโนโลยีการศึกษา จิตวิทยาการแนะแนว เป็นต้น การเรียน ตอนนี้เป็นหลักสูตรใหม่ รุ่นที่ 2 จะเรียน 5 ปี ปี1 จะเรียนวิชาพื้นฐานพอปี2 -4 ก็จะเรียนวิชา เกี่ยวกับ ครู และวิชาอื่นๆที่จำเป็น เช่น จิตวิทยาต่างๆ พอปี5 จะออกฝึกสอนทั้งปี และจะมีการทำ รายงาน ประมาณเกือบจะเป็นวิจัย อีกด้วย คณะนี้ มุ่นเน้นผลิตบัณทิต ให้จบมาเป็นครู ฉะนั้นแล้ว เรียนมา 5 ปี ก็ควรที่จะเป็นครู(ดังที่ได้บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า ขอให้คนที่อยากเรียนจริงๆ มาเรียน) เป็นครูได้ทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือเอกชนถ้าจบมาแล้วจะทำอาชีพอื่น ก็ไปเรียนคณะอื่นจะดีกว่า ตรงสายกว่าไม่ต้องมากันที่คนที่เค้าจะเรียนครู ขอให้น้องทุกคนโชคดี#### เพิ่มเนื้อหา ####คณะครุศาสตร์ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นศาสตร์ทางด้านการศึกษา และ วิชาทางด้านครูแต่คณะเราก็ไม่ได้เรียนวิชาครูอย่างเดียวนะครับน้องๆบางวิชาก็ค่อนข้างเน้นหนักไปในทางการพัฒนาสังคมและชุมชนทั้งนี้แล้วขึ้นอยู่กับสาขาวิชาเอกด้วย สำหรับพี่ขอแนะนำคณะครุศาสตร์ซึ่งผลิตบุคลากรทางการศึกษามารับใช้สังคม อย่างมีคุณภาพตลอด คณะเรามีหลากหลายภาควิชาและแต่ละภาควิชาก็มีสาขาแยกย่อยลงไปอีก ดังจะกล่าวคร่าวๆดังนี้

1. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ดูแลเด็กระดับอนุบาลจนถึงก่อนประถมศึกษาเป้นสาขาวิชาที่สนุกสนานมากๆ พี่ๆบอกว่ามีการสอนเด็กเล็ก เล่นกับเด็ก ดูแลเด็กสรุปแล้วรักเด็กไงจ้ะ สาขานี้มีผู้หญิงเยอะมาก ผู้ชายแทบหาไม่ได้เลย (สาวๆแผนกนี้น่ารักและสดใสเหมือนเด็กอนุบาลไง)

2. สาขาวิชาประถมศึกษา ก็สอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ไง มีหลายเอก ประมาณ 5 เอกนะ คือไทย สังคม อังกฤษ วิทย์ คณิต สาขานี้ก็เรียยค่อนข้างหนักนะ เพราะเรียนถึง 3 เอกแน่ะ คือเอกประถม/ไทย/สังคม อะไรประมาณเนี้ยขึ้นอยู่กับการสอบเอนทรานซ์เข้ามาและจะเลือกสาขาวิชาอะไร แผนกนี้ก็สนุกสนาน เฮฮาดีสมกับครูประถมนะจ้ะ

3. สาขามัธยมศึกษา

3.1 มัธยมศึกษา(วิทยาศาสตร์) ก็พวกเอก คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและอีกหลายเอกที่เป็นวิทยาศาสตร์

3.2 มัธยมศึกษา(มนุษย์/สังคม) เอก ไทย สังคม อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน จิตวิทยา ฯลฯทั้งมัธยมวิทย์/ศิลป์ จะเรียนค่อนข้างลึก และหนัก สำหรับมัธยมวิทย์ เรียนหนักมากๆแต่พี่ๆก็บอกว่าไม่ยากเท่าไรหรอก ถ้าขยันซะอย่าง4. สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน แผนกนี้เรียนเกี่ยวกับการศึกษานอก รร. และการศึกษาตามอัธยาศัยจ้า ไม่จำเป้นต้องเป้นครู ทำงานได้ทุกอย่างเพราะหลักสูตรนั้นกว้างและยืดหยุ่นมากๆ5. สาขาการสอนวิชาเฉพาะ1. ดนตรีศึกษา ก้เรียนดนตรีนั่นเอง2. ศิลปศึกษา เรียนศิลปะ Art ed3. ธุรกิจศึกษาสำหรับดนตรีกับศิลปะ ก้จะเน้นการปฎิบัติจริงนะจ้ะเป็นไงพอจะเข้าใจป่ะ ว่าคณะครุศาสตร์ของเรามีอะไรบ้างใครที่รักจะเป็นครูก็เลือกเข้ามาเลยนะขอให้น้องๆสมหวังทุกประการจ้า

 

--------------------------------------

 

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

หลายๆคน ตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยรู้จักหรอกกับคำว่าถาปัด แต่ก็จำได้ว่าอยากเรียนคณะนี้ๆ หรือบางคนมาสังเกตตัวเองก็พบว่า เอ....เรานี่ก็ชอบดูบ้านเก๋ๆ ชอบตกแต่งห้อง ชอบต้นไม้หรือชอบคิดอะไรใหม่ๆเจ๋งๆ บางทีเราอาจจะเหมาะกับคณะนี้นะเนี่ย แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่า พี่ๆที่เรียนคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน เรียนไปแล้วไปทำงานอะไร มันใช่อย่างที่เราคิดไว้มั้ยไหนเรามาลองดูกันก่อนที่จะตัดหมายเลขคณะแล้วแปะลงในใบคัดเลือก เชื่อว่าบางคนอาจจะผ่านมรสุมจากที่บ้านมาบ้างว่า อย่าไปเรียนเลยน่า คณะนี้ เรียนไปก็ตกงาน เรียนก็หนัก บ้านก็ไม่ได้กลับ หรือเห็นน้องบางคนก็ได้รับฟังคำกล่าวบอกมาว่า คณะสถาปัตย์เนี่ย คณะผู้ชายนะ เป็นผู้หญิงอย่าเรียนเลย ก็อยากจะบอกว่า คณะนี้เรียนได้ทั้งหญิงชายนะคะ เดี๋ยวนี้เค้ามีกัน 50:50 แล้ว!! ส่วนเรื่องงาน พอเราเรียนจบไปเนี่ย เราจะพร้อมด้วยสกิลที่ฝึกฝนมาอย่างดี (ทั้งนี้ความพยายามและความตั้งใจส่วนตัวก็มีส่วนนะจ๊ะ) เพราะฉะนั้น งานน่ะ ไม่ตกหรอก ต่อมาคือ เรื่องงานหนัก อันนี้จริง จะเป็นอารมณ์ประมาณว่าอดหลับอดนอน คิดแบบ เขียนแบบ ทำโมเดลส่ง ส่วนเรื่องบ้านไม่ได้กลับเนี่ย นานๆที อาจจะกลับค่ำบ้างเป็นบางวัน ก็ต้องทำใจเรื่องอดนอนไว้ และก็อย่าเพิ่งท้อถ้าเข้ามาแล้วจะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่มันสนุกจริงๆ เพราะว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบไง

ที่ไหนบ้างที่มีสอนคณะนี้

จุฬาฯ ม.ศิลปากร ม.เกษตร สถาบันเทคโนฯพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด-หลักสูตรอินเตอร์ด้วยนะ) สถาบันราชมงคลต่างๆ ม.เอแบค ม.รังสิต ม.ธรรมศาสตร์ (หลักสูตร 4+2 เรียน 4 ได้ปริญญาตรี อีก 2 ปีได้ปริญญาโทด้วยเลย) ม.นเรศวร ม.มหาสารคาม มีภาควิชาอะไรบ้างในคณะสถาปัตย์ และเค้าเรียนอะไรกันมั่ง จบแล้วไปทำอะไรสถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบบ้าน อาคารเล็ก-ใหญ่ ให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า มีพื้นที่ใช้สอยเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย โครงสร้างแข็งแรง และที่สำคัญคือ สวยงาม

จบแล้วก็ไปเป็นสถาปนิก

เริ่มแรกอาจจะอยู่ในบริษัทก่อน ถ้าต่อมาเริ่มมีประสบการณ์สั่งสมมากขึ้น มีเงินมากขึ้นก็สามารถเปิดออฟฟิศเองก็ได้ สถาปัตยกรรมภายใน : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบภายในอาคารให้สวยงาม น่าสนใจ มีแสงสว่างและสิ่งต่างๆที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ จะ ทำงานในลักษณะที่ต้องลงรายละเอียดมากแบบ มากๆ จริงๆแล้ว สถาปัตยกรรม ก็มีรายละเอียดมากนะ แต่จะเป็นคนละแบบกัน จบไปเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งภายใน การทำงานคล้ายๆสถาปนิกเลย แต่เป็นการทำงานตกแต่งแทนที่จะออกแบบอาคารสถาปัตยกรรมไทย : แน่นอนว่า ต้องเรียนเกี่ยวกะบ้านไทย ศิลปะไทยเช่น วัด อุโบสถ ลายไทย การแกะสลัก ปูนปั้น การเขียนลายต่างๆ การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยและการบูรณะ ออกแบบวัดขึ้นใหม่ อาจจะ ทำงานกับกรมศิลปากร แต่ภาคนี้จะรับจากการสอบตรงอย่างเดียวนะจ๊ะ เพราะว่าคนที่จะมาเรียนด้านนี้ได้ น่าจะเป็นคนที่มีใจรักด้านนี้อย่างแท้จริง มากๆภูมิสถาปัตยกรรม : เรียนเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่ภายนอกอาคาร รู้จักการเลือกใช้ต้นไม้ พืชพันธุ์ที่เหมาะสมกับประเภทอาคาร การจัดสวนทั้งในพื้นที่เล็กๆทั้งภายนอกภายใน ไปจนถึงโครงการใหญ่ๆอย่างสนามกอล์ฟ สวนสาธารณะและอุทยานแห่งชาติเลยทีเดียวออกแบบอุตสาหกรรม : เรียนการออกแบบหลายๆอย่างทั้งผลิตภัณฑ์ ก็ประมาณแพคเกจจิ้งต่างๆด้วยแหละ ออกแบบตกแต่งภายในพวกดิสเพลย์หน้าร้าน ออกแบบสิ่งทอ ออกแบบกราฟิค และเซรามิค โดยทุกคนจะได้เรียนหมดทุกตัว และเลือกทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) ในตัวที่เราชอบและถนัดเพียงตัวเดียว จบแล้ว ก็ไปทำงานได้หลายหลายมาก ตามที่เรียนมา หรือจะรับงานฟรีแลนซ์ก็ได้ คือ ทำงานอิสระไม่ได้ทำตรงกับบริษัทไหนเฉพาะ เป็นครีเอทีฟ ออกแบบสิ่งพิมพ์ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกแบบลายผ้าทำเฟอร์นิเจอร์ โอยย เยอะมาก และตอนนี้ภาคนี้ก็กำลังบูมใช้ได้เลย วางแผนภาคและผังเมือง : ภาคนี้เป็นน้องใหม่ของป.ตรีที่จุฬา แต่เดิมเปิดสอนในระดับ ป.โท ตอนนี้รับทั้งน้องสายวิทย์ และสายศิลป์อย่างละครึ่ง เรียนเกี่ยวกับการจัดการผังเมืองให้เป็นระบบ ทางสัญจร ระบบการบริการ การจัดการเมืองให้เป็น ส่วน มีจุดเด่นที่ดี ทำให้ภาพของเมืองเป็นภาพที่น่าดู เป็นเมืองที่น่าอยู่ การทำงานก็ ประมาณว่า วางผังเมืองให้กับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น(ที่จุฬา) การเรียนในปีแรก ทุกภาคจะเรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันก่อน เช่นวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ พื้นฐานการออกแบบ ภาษาอังกฤษ อาจจะมีบางวิชาที่เรียนเฉพาะภาคบ้าง ต่อมาเทอม 2 ของปีแรก ภาคผังเมืองจะแยกไปเรียนวิชาของตัวเองแล้ว (เรียกว่า แยกไปก่อนเพื่อนเลย) ภาคอื่นๆจะได้เริ่มออกแบบบ้านกัน ส่วน สถ.ไทย จะเรียนวิชาการออกแบบของภาคตัวเอง ปี 2 เทอมแรกภาคที่เหลือจะยังเรียนรวมกันอยู่ ยังคงทำบ้านกัน ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมจะเริ่มไปเรียนวิชาภาคกันมากขึ้น มีการปั้นเซรามิคกันสนุกสนาน ต่อมาเทอมหลังเพื่อนๆภูมิสถาปัตยกรรมก็จะไปเรียนวิชาออกแบบของเค้าเอง ออกแบบบริเวณและจัดต้นไม้ สถ.ไทย ก็เรียนของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน สถาปัตย์ กับ สถาปัตย์ภายในก็ยังเรียนเหมือนกันอยู่ จะเริ่มทำอาคารสาธารณะเล็กๆ ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมก็จะแยกไปเรียนวิชาของภาคเค้าเองอย่างเต็มตัว ทั้งกราฟิค ออกแบบภายใน และสิ่งทอปี3 ภาคสถาปัตย์กะสถาปัตย์ภายในยังเรียนด้วยกันอยู่ แต่สถาปัตย์ภายใน จะเริ่มเรียนวิชาของภาค และจะแยกไปในตอนปี 4 ดังนั้นทุกภาคก็จะเรียนวิชาของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็จะมีสกิลมากขึ้น ขยันมากขึ้น รู้อะไรๆมากขึ้น และต้องเตรียมพร้อมเพื่อไปฝีกงานก่อนจะขึ้นปี 5 และในปี 5 ทุกคนก็จะได้ทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) คนละชิ้น ซึ่งหากผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะเรียนจบรับปริญญามาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจการปรับตัวเมื่อเข้ามาเรียนในคณะ อย่างที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องขยันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคณะไหน มหาลัยไหนก็ตาม เพราะอาจารย์ท่านจะถือว่าเราโตแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้แล้ว อย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ถ้าเรียนคณะนี้แล้ว ควรจะรับได้กับการอดนอน เพราะงานเราเยอะจริงๆนะ และต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้ดีการเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ผลดีนั้นจะต้องมีทั้งการเรียนที่ดีและการทำกิจกรรมที่เหมาะสม ถ้าเรียนอย่างเดียว เราอาจขาดทักษะทางการเข้าสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องการแน่นอนเมื่อเราเรียนจบไปและต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่หากทำกิจกรรมมากไปจนลืมเรื่องเรียนแล้วเนี่ยนะ.......เหอะๆ บางทีเราอาจจะ เรียนไม่จบก็ได้เน้อ ส่วนสังคมในคณะ พี่ๆน้องๆก็จะมีการช่วยเหลือกันอบอุ่นน่ารักดี มีกิจกรรมให้เราได้มารวมกันอยู่เสมอ เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยซักงานละ กิจกรรมอาจจะต่างกันไปในแต่ละมหาลัย แต่ก็สนุกไม่แพ้กันเลย สุดท้ายแล้ว อยากจะบอกน้องๆที่อยากเรียนสถาปัตย์ว่า ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญอยู่ที่เราตั้งใจจริงในสิ่งที่เราทำ เรามีความพยายาม มีน้ำใจ มีคุณค่าในตัวเอง นั่นหละที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ.....แล้วเจอกันนะ ขอให้น้องทุกคนโชคดีสมหวังได้คณะ ภาค มหาลัยที่อยากเรียน .....เอ้า รับพรซะ !!!บทความโดย พี่อิง สน.จุฬา

--------------------------------------

หลักสูตรปิโตรเคมี

ละวิทยาศาสตร์พอลิเมอร

(ปริญญาโท)

ชื่อหลักสูตร
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์
Master of Science Program in Petrochemistry and Polymer Science

ปริญญา
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต วท.ม. Master of ScienceM.Sc.


หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ภาควิชาเคมี
ภาควิชาเคมีเทคนิค
ภาควิชาฟิสิกส์
ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์
คณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


กำหนดการเปิดสอน ปีการศึกษา 2538

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา
สำเร็จปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี สาขาวิชาเคมีวิศวกรรม สาขาวิชาวัสดุศาสตร์ สาขาวิชาเคมีอุตสาหกรรม สาขาวิชาฟิสิกส์ หรือสำเร็จปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมเคมี หรือ สำเร็จปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยความเห็นชอยของคณะกรรมการบัณฑิตศึกษาประจำคณะวิทยาศาสตร์

คุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามระเบียบของบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆ ไป หรือ คณะกรรมการประจำคณะวิทยาศาสตร์ พิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาได้

วิธีการคัดเลือกผู้เข้าศึกษา
เป็นไปตามระเบียบคู่มือการรับสมัครเข้าศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งจะประกาศให้ทราบเป็นปีๆไป

ระบบการศึกษา
เป็นไปตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย

ระยะเวลาการศึกษา
เป็นไปตามระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัย

-------------------------------


หลักการและเหตุผล
เดิมหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรหนึ่งในสองหลักสูตร ที่รวมอยู่ภายใต้ชื่อ "หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีปิโตรเคมี และสาขาวิชาเทคโนโลยีโพลิเมอร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์โพลิเมอร์" ซึ่งมีการบริหารหลักสูตรในลักษณะสหสาขาวิชาภายใต้ความรับผิดชอบของบัณฑิตวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์โดยใช้รหัสวิชา 095 ซึ่งเป็นรหัสกลางไม่สังกัดคณะใดคณะหนึ่ง ทั้งบัณฑิตวิทยาลัยและสำนักทะเบียนฯ มีความประสงค์ให้เปลี่ยนรหัสวิชาของหลักสูตรสหสาขาฯ นี้ ไปเป็นรหัสวิชาของคณะที่รับผิดชอบมาเป็นเวลานานแล้วบัดนี้ คณะวิทยาศาสตร์ มีความประสงค์จะขอโอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปิโตรเคมีและสาขาวิทยาศาสตร์โพลิเมอร์ไปอยู่ในความรับผิดชอบของคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยได้เห็นสมควรให้บัณฑิตศึกษาประจำคณะวิทยาลัย นำหลักสูตรในส่วนที่เป็นวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตไปปรับปรุงเสียใหม่ โดยเปลี่ยนรหัสวิชาเดิมซึ่งเป็นรหัสของสหสาขาวิชาคือ 095 เป็นรหัสของภาควิชาใดภาคหนึ่งในคณะวิทยาศาสตร์ ส่วนการบริหารหลักสูตรจะให้ภาควิชาใดภาควิชาหนึ่งรับผิดชอบหรือจะให้หลายๆ ภาควิชาในคณะวิทยาศาสตร์รับผิดชอบร่วมกันได้ พร้อมกันนี้คณะวิทยาศาสตร์มีความประสงค์จะปรับโครงสร้างหลักสูตรฯ ให้มีโครงสร้างเป็นแบบเดียวกับหลักสูตรอื่นๆ ของคณะวิทยาศาสตร์ และมุ่งเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษา มีความรู้ทางปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์แบบเข้ม สามารถสื่อเข้าใจกับนักอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ดีขึ้น อันเป็นการตอบสนองความต้องการของบุคลากรระดับสูงที่มีความสามารถเฉพาะทางของประเทศ ที่กำลังมีการขยายตัว ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อย่างรวดเร็ว เพื่อให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

วัตถุประสงค์ของหลักสูตรเดิม
ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ รวมทั้งให้ความรู้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ศึกษาวิจัยเพื่อรวบรวมข้อมูล และแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์
ให้บริการทางวิชาการแก่หน่วยงาน ในด้านที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติปิโตรเคมี
และพอลิเมอร์

วัตถุประสงค์ของหลักสูตรปรับปรุง

เพื่อผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ลึกทางปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ สนองความต้องการบุคลากรระดับสูงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นการพัฒนาวิชาการ ทางปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ เพื่อการพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด

-------------------

 

คำอธิบายรายวิชา (ภาษาไทย)

2342501 การลงทุนโครงการปิโตรเคมี 3(3-0-9)

โดเมนของการเงิน ค่าของเงินตามเวลา การประเมินค่าของบริษัท การตัดสินใจ การลงทุนการเสี่ยงและผลตอบแทน การตัดสินใจด้านการเงิน การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการปิโตรเคมีและพลาสติก การวิเคราะห์การลงทุน โครงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก

2342502 ความปลอดภัยในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 2(2-0-6)

ทฤษฎีของการเกิดไฟ เสถียรภาพของสารเคมี การเก็บรักษา การใช้และการทำลายสารเคมีที่อันตราย ความเป็นพิษ อันตรายจากรังสี ความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันอันตราย ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และการบริหารงานเพื่อความปลอดภัย ความสำคัญและการระวังจากการผลิต การขนถ่าย การเก็บรักษาและการใช้สารปิโตรเคมี

2342601 ปิโตรเคมี 3(3-0-9)

กำเนิดของปิโตรเลียม โครงสร้างและสมบัติของไฮโดรคาร์บอนและกลุ่มสารประกอบอินทรีย์อื่น ก๊าซธรรมชาติและ น้ำมันดิบ สารปิโตรเคมีฐานโอเลฟิน สารปิโตรเคมีฐานอะโรแมติก มีเทนและอนุพันธ์ของมีเทน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ การพัฒนาและแนวโน้มของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในประเทศไทย

2342602 เคมีพื้นผิว 3(3-0-9)

ธรรมชาติและเทอร์โมไดนามิกส์ของพื้นผิว แรงกระทำระหว่างผิว ลักษณะทางไฟฟ้าของพื้นผิว พื้นผิวของแข็ง ก๊าซ และ ของแข็ง ของเหลว ปรากฏการณ์พื้นผิว การตรวจสอบสมบัติเฉพาะของพื้นผิว

2342603 ความรู้พื้นฐานของการเร่งปฏิกิริยา 3(3-0-9)

การเร่งปฏิกิริยาแบบเอกพันธ์และวิวิธพันธ์ การเตรียม สมบัติและปฏิกิริยาของสารประกอบอินทรีย์และอนินทรีย์เฉพาะอย่างที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

2342604 เทคนิคการแยกสารปิโตรเคมี 3(3-0-9)

วิธีการแยกสารปิโตรเคมี การระเหย การกลั่น การระเหิด การสกัดและโครมาโทกราฟี

2342621 การสังเคราะห์พอลิเมอร์ 3(3-0-9)

ปฏิกิริยาของพอลิเมอไรเซชันแบบขั้น แบบฟรีแรดิคัลและแบบลูกโซ่ ไอออนิกพอลิเมอไรเซชันแบบเปิดวงแหวน โคพอลิเมอไรเซชัน เทคนิคที่ใช้ในการสังเคราะห์พอลิเมอร์ สเตอริโอเคมีของพอลิเมอไรเซชัน

2342622 สมบัติทางกายภาพของพอลิเมอร์ 3(3-0-9)

โครงสร้างและสัณฐานวิทยาของพอลิเมอร์ พฤติกรรมวิสโคอีลาสติกและรีแลกเซชัน สมบัติทางความร้อนและไฟฟ้า อุณหพลศาสตร์และจลนพลศาสตร์ของปรากฎการณ์การเปลี่ยนสถานะ

2342701 สัมมนา 1(1-0-3)

การเสนอหัวข้องานวิจัยปัจจุบันทางปิโตรเคมีและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์

2342xxx* เรื่องคัดเฉพาะทางปิโตรเคมี 3(3-0-9)

เรื่องคัดเฉพาะทางปิโตรเคมีที่สำคัญและน่าสนใจ

2342xxx* เรื่องคัดเฉพาะทางวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ 3(3-0-9)

เรื่องคัดเฉพาะทางวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ที่สำคัญและน่าสนใจ

2342xxx* สารลดแรงตึงผิวและปรากฏการณ์ที่อินเตอร์เฟซ 2(2-0-6)

หลักการและการประยุกต์ใช้สารลดแรงตึงผิว คุณสมบัติที่อินเตอร์เฟซและที่เป็นคอลลอยด์ การดูดซับ การเกิดไมเซลไลเซชัน การละลาย การเกิดอิมัลชัน ไมโครอิมัลชัน การเปียกของผิวหน้าของแข็ง การทำความสะอาด

2342xxx* กระบวนการพอลิเมอไรเซชัน 2(2-0-6)

จลนพลศาสตร์ การออกแบบ และการควบคุมเครื่องปฏิกรณ์เคมีแบบต่างๆ ในกระบวนการพอลิเมอไรเซชัน พอลิเมอไรเซชันแบบบัลก์ แบบสารละลาย แบบแขวนลอยและแบบอิมัลชัน การแจกแจงน้ำหนักโมเลกุล โคพอลิเมอไรเซชันแบบฟรีแรดิคัล

2342xxx* การไหลพอลิเมอร์ 2(2-0-6)

พฤติกรรมการไหลของพอลิเมอร์ การไหลแบบเฉือนในสภาวะคงที่ การยืด ลิเนียร์วิสโคอิลาสติก การวัดสมบัติการไหลของระบบหลายเฟส/คอลลอยด์ บทบาทของการไหลในกระบวนการขึ้นรูปพอลิเมอร์ได้แก่ การอัดรีด การฉีด การเป่าเข้าแม่พิมพ์ และการอัดรีด/เป่าเป็นฟิล์ม

----------------------------------------


วิทยาลัย

วิทยาลัยการสาธารณสุข
วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
วิทยาลัยประชากรศาสตร์